นกแสก ความเชื่อโบราณ ลางร้ายมรณะ

สัตว์ ความเชื่อโบราณ นกแสก หรือ นกผี ว่ากันว่าหากนกแสกมันไปร้องที่หลังคาบ้านไหนภายใน 3 วัน 7 วันต้องมีคนที่รักตายจากไป ความเชื่อกับคนไทยที่เชื่อกันว่า นกแสกเป็นนกอัปมงคล นกผี และนกแห่งความตาย หากมันบินมาจับหลังคาบ้านใครก็ถือว่าโชคร้ายจะใกล้เข้ามาเต็มที ถึงขั้นต้องทำน้ำมนต์มาอาบกันเลยทีเดียว และถ้าสมาชิกบ้านใดกำลังเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่ก็จะต้องถึงแก่ความตาย ทั้งนี้เพราะบางตำนานเล่าว่านกแสกเป็นพาหนะของพระยม ซึ่งประกอบกับลักษณะของนกแสกเองที่ชอบอาศัยอยู่ตามบ้านร้าง อันเป็นเสมือนที่ซ่อนตัวของภูตผี มีเสียงหวีดแหลมน่ากลัว และมีขนที่ท้องเป็นสีขาว บินในเวลากลางคืนจึงมองเห็นเป็นสีขาวโพลนคล้ายปีศาจล่องลอยอยู่ในความมืด

นกแสก ความเชื่อโบราณ

นกแสก ตำนาน ความเชื่อโบราณ

บ้างก็เชื่อว่านกแสกเป็นพาหนะของพญายม เทพเจ้าแห่งความตายที่จะพาวิญญาณของคนตายไปสู่ยมโลก ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2540 มีข่าวเล่าว่าพระภิกษุที่วัดเหมืองหม้อ จังหวัดแพร่ ได้จับนกแสกที่ทำรังอยู่ในซอกใต้หลังคาวิหารเอามาขังกรง เพราะชาวบ้านในละแวกนั้นต่างพากันหวาดกลัวว่าเป็นนกปีศาจ จนกลายเป็นข่าวใหญ่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในต่างประเทศ

นกแสก ก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความตายเช่นกันในอิตาลี บนเกาะซิซิลี ชาวบ้านเชื่อว่าถ้าหากนกแสกส่งเสียงร้องใกล้ ๆ บ้านหลังใดซึ่งมีคนนอนป่วยอยู่ คนนอนป่วยในบ้านหลังนั้นจะตายภายใน 3 วัน แต่ถ้าในบ้านหลังนั้นไม่มีคนป่วยอยู่ คนในบ้านหลังนั้นจะมีอาการเจ็บป่วย เพราะต่อมทอนซิลอักเสบ อย่างไรก็ดีชาวโรมันและชาวกรีกโบราณ ถือกันว่านกแสกเป็นนกที่บอกลางร้าย และมีความเชื่อเช่นนี้ยังสืบทอดต่อกันมาจนถึงชาวอังกฤษและชาวยุโรปชาติอื่น ๆ อีกด้วย

นกแสก ลางร้ายมรณะ

ความเชื่อของชาวอินเดีย ความเชื่อเกี่ยวกับนกแสก มีทั้งที่เป็นมงคลและอัปมงคล ในทางมงคลนั้นชาวอินเดียเชื่อว่านกเเสก เป็นนกของพระลักษมี เทวีแห่งโชคลาภและการเกษตร นกแสกจึงช่วยกินหมูในท้องนาให้เกษตรกรชาวฮินดู ในแคว้นเบงกอลก็เชื่อว่านกนี้ทำรังในบ้านใครบ้านนั้นจะได้ทรัพย์สินเงินทอง เป็นการนำโชคดีมาให้

เชื่อหรือไม่ว่า ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการทดลองให้ชาวสวนปาล์มเลี้ยงนกแสกหรือไอ้ตาใส หรือที่หลายคนเรียกมันว่า “นกผี” ไว้คอยจับหนูมาแล้วได้ผลและต่อมาหลายแห่งนำวิธีดังกล่าวนี้มาใช้ เพื่อเป็นอีกแนวทางในการลดต้นทุนเรื่องของการซื้อสารเคมีเพื่อมากำจัดหนู ศัตรูตัวร้ายกาจที่เข้ามาทำลายผลผลิตปาล์ม ส่งผลให้เกิดการสูญเสียมากถึง 50%

นกแสก ตำนานความเชื่อโบราณ

กรมวิชาการเกษตรซึ่งได้นำแบบอย่างที่ประเทศมาเลเซียเขาใช้วิธีดังกล่าวนี้ได้ผลมาแล้วโดยการสร้างรังไว้ในสวนปาล์มเพื่อชักนำให้มันเข้ามาอาศัยและขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนประชากรในฝูงและเพื่อให้มันคอยทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าผลผลิตในสวนปาล์มซึ่งนกแสก 1 ตัวจะช่วยกำจัดหนูได้มากถึง 700 ตัว/ปี

นกแสก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tyto alba ออร่าซึ่งชื่อสกุลคือ tyto เพี้ยนมาจากคำว่า tuto ในภาษากรีกซึ่งหมายถึงนกเค้าส่วนชื่อชนิดคือalba มาจากคำว่า albus ในภาษาละตินซึ่งแปลว่าสีขาว รวมความแล้วจึงแปลว่านกเขาสีขาวเพราะคนส่วนใหญ่ของมันเป็นสีขาวโดยเฉพาะใต้ปีกซึ่งขาวมาก

นกแสก นักล่าหนู

ในเวลาที่นกแสกบินผ่านในยามค่ำคืนอันมืดมิด เราจึงเห็นเป็นนกสีขาวขนาดใหญ่บินผ่านหน้าบ้านเราอยากไปอย่างรวดเร็วและเงียบกริบ ใครที่มองไม่ค่อยทันจึงจะมาถึงทักว่าได้เห็นภูตผีปีศาจรอยผ่านหน้าไป ลักษณะทั่วไปของนกแสกรูปร่างหน้าตาคล้ายหน้าตาโดยทั่ว ๆ ไปคล้ายคลึงกับนกเค้า ลำตัวตั้งตรง และตอบมาทางด้านท้ายสั้นมาก หัวโตและกระหม่อมแบน ใบหน้าที่แบนมากซึ่งเห็นได้ชัด ถ้ามองทางด้านข้างดวงตาเล็กอยู่ข้างด้านหน้าของหัว รอบ ๆ ดวงตามีขนซึ่งเรียงออกไปดูคล้ายจานครึ่งวงกลม เรียกกันว่าวงหน้า เมื่อวงหน้าทั้งสองมาชนกันที่กึ่งกลางหน้าจึงทำให้เห็นใบหน้าของมันเป็นรูปหัวใจ

ซึ่งนกตัวผู้และนกตัวเมียมีสีสันเหมือนกันแยกความแตกต่างไม่ได้เลย แต่นกตัวเมียมีตัวโตกว่าเล็กน้อย นกแสกมีขนสีขาว ขึ้นอยู่เต็มไปหมด ขนของมันถูกออกแบบมาไว้เพื่อป้องกันเสียงที่เกิดจาก ลมเวลาเป็นเพราะหากไม่มีขนแน่นลมจะผ่านเส้นขนจนเกิดเสียงสะท้อน ทำให้เหยื่อไหวตัวและหนีได้ทัน เวลามันหากินมันจะอยู่นิ่ง ๆ ในระดับสูง ตากลมโตนั้นคอยจ้องมองเหยื่อตามพื้นดิน

นกแสก เป็นสัตว์ที่มีความลึกลับน่ากลัว

ตาของมันสามารถเห็นเหยื่อได้ชัดในเวลากลางคืน โดยเฉพาะหูของมันถูกออกแบบมาให้เยื้องมาด้านหน้า ตรงกับจานรับเรดาร์ตามโครงหน้าของมัน เพื่อไว้คอยรับเสียงที่แม้เหยื่อจะเดินอย่างแผ่วเบาในที่สุด ในระยะ 9-10 เมตร มันก็ยังได้ยินเสียงนั้น ในยามที่มันบินโฉบตะครุบเหยื่อก็จะไม่เคยพลาดเลย

ด้วยเหตุผลนี้ มันจึงเป็นนักไล่ล่ายามราตรีตัวฉกาจอย่างไม่ต้องสงสัย นกแสกมีความยาวจากปลายปากถึงปลายหาง 34 เซนติเมตร ขาท่อนบนมีขนปกคลุมด้วยและคลุมลงมาจนถึงขาท่อนล่างตอนบน ส่วนขาท่อนล่างตอนล่างรวมทั้งนิ้วเท้าและเล็บเป็นสีน้ำตาลแกมดำ นิ้วเท้ามีข้างละ 4 นิ้วยื่นไปข้างหน้า 2 นิ้วและยื่นไปข้างหลัง 2 นิ้ว แต่ในเวลาที่มันใช้กรงเล็บไล่จับเหยื่อซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนู นิ้วเท้าหลังจะหันออกมาข้างหน้าได้ ทำให้มันจับเหยื่อได้ถนัดและคล่องแคล่ว

, ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *