ตำนานอาถรรพ์เรื่องลึกลับของอียิปต์โบราณ

สารคดี วันนี้ UFO จะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับตำนานลึกลับของอียิปต์ที่เป็นตำนานลึกลับของอารยธรรมอียิปต์ ที่เรารวบรวมไว้ให้เป็นข้อมูลดี ๆ และได้แสดงให้เห็นถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของอียิปต์ในมุมมองที่ยังไม่เคยรับรู้มาก่อน
เรื่องลึกลับตำนานอาถรรพ์ของอียิปต์โบราณ เป็นเรื่องเล่าที่ชวนขนหัวลุกและเหลือเชื่อพร้อมกับมุมที่คุณไม่เคยรู้จักมาก่อน อารยธรรมอียิปต์โบราณหรือไอยคุปต์ คือหนึ่งในอารยธรรมที่มีความเก่าแก่มากที่สุดอารยธรรมหนึ่งของโลก
เป็นอารยธรรมที่เรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย แถมยังเป็นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างอย่างพีระมิด ซึ่งเป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกและการพัฒนาการทางการแพทย์อย่างการทำ “มัมมี่” อีกด้วย นอกจากความยิ่งใหญ่อลังการที่อุดมไปด้วยประวัติอันล้ำค่าต่าง ๆ มากมายแล้วนั้น อารยธรรมอียิปต์โบราณยังมีตำนานลึกลับลึกลับที่น่าสนใจ ที่บางคนอาจยังไม่เคยรับรู้มาก่อน ตำนานนั้นจะมีอะไรบ้างไปดูกันค่ะ

 

ตำนานลึกลับของอียิปต์ ตำนานอาถรรพ์อียิปต์

 

เปิดตำนานลึกลับของอียิปต์โบราณดินแดนไอยคุปต์

ตำนานลึกลับของอียิปต์ พระนางคลีโอพัตรา

1. พระนางคลีโอพัตรากับรูปโฉมที่แท้จริง
พระนางคลีโอพัตรา(Cleopatra VII) นับได้ว่าเป็นผู้ปกครองอียิปต์โบราณที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ซึ่งในความรู้สึกนึกคิดของคนทั่วไปคือคือพระราชินีผู้ทรงเสน่ห์ที่สุดมีรูปโฉมที่งดงาม เพียบพร้อมไปด้วยคนละเม็ดเด็ดพรายในเชิงพิศวาส สามารถมัดใจชายได้อย่างอยู่หมัด แต่แท้ที่จริงแล้วเสน่ห์ของพระนางคลีโอพัตราไม่ได้อยู่ที่เนื้อหนังมังสา หรือความงดงามแห่งใบหน้าและเรือนกายเลย แต่อยู่ที่สติปัญญาและความเฉลียวฉลาดรู้เท่าทันคนต่างหาก โดยมีหลักฐานชิ้นหนึ่งที่บ่งบอกถึงความจริงเรื่องนี้ก็คือ การค้นพบรูปปั้นส่วนพระเศียรขององค์พระราชินี และเหรียญที่มีภาพพระพักตร์ของพระนาง ซึ่งเป็นการค้นพบของนักโบราณคดีรายหนึ่ง

 

ตำนานลึกลับของอียิปต์ การทำมัมมี่

2. ความเชื่อเกี่ยวกับความตาย
ชาวอียิปต์โบราณมีความเชื่อว่า เมื่อคนตายดวงวิญญาณจะจากร่างไปเพียงชั่วคราว เพื่อเดินทางไปพบกับพระเจ้าในโลกหน้าแล้วจะกลับมาในวันหนึ่งข้างหน้า ทั้งนี้เมื่อวิญญาณกลับมาแล้วก็ต้อง มีร่างกายอยู่และร่างที่จะอยู่อาศัยได้ต้องเป็นร่างกายของตนเท่านั้นเองและด้วยความเชื่อนี้เองจึงทำให้เกิดวิธีการดูแลศพหรือที่เรารู้จักกันอย่างดีกับการทำ “มัมมี่” (Mummy) เพื่อให้สภาพศพยังคงอยู่ในสภาพที่ดีไม่เน่าเปื่อยนั่นเอง

 

ตำนานลึกลับของอียิปต์ เอเลี่ยน

3. การปรากฏตัวของเอเลี่ยน
ในทุกวันนี้กระแสเอเลี่ยนหรือมนุษย์ต่างดาวก็ยังคงมีให้เห็นอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการปรากฏตัวของเอเลี่ยน มีให้คุณเห็นมาแล้วตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณเลยทีเดียว สิ่งหนึ่งที่ยืนยันในเรื่องนี้ก็มาจากภาพบนฝาผนังภายในสุสานเมืองกิซ่าด้วย หนึ่งในภาพบนฝาผนังนั้นมีการวาดภาพของเอเลี่ยนปะปนอยู่ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจด้วย เพ ราะบางทีถ้าภาพนี้อาจจะเป็นเพียงแค่รูปของสิ่งของอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายกับเอเลี่ยนเท่านั้นเอง

 

ตำนานลึกลับของอียิปต์ เรือโซล่าร์

4. ที่สุดแห่งการค้นพบ
อีกหนึ่งสิ่งที่น้อยคนนักจะนึกถึงแล้วจะรู้จักเกี่ยวกับประวัติของอียิปต์โบราณ ก็คือในเรื่องของการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ เพราะนอกจากมหาพีระมิดต่าง ๆ แล้วข้อมูลอันล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบกันก็คือเรือโซล่าร์ หรือเรือแห่งแสงอาทิตย์ที่เชื่อกันว่าจะเป็นพาหนะที่นำพาวิญญาณขององค์กษัตริย์ไปหาเทพเจ้าแห่งแสงอาทิตย์บนสวรรค์ได้ เรือโซล่าร์ (Solar Boat) นี้สร้างขึ้นจากไม้มากกว่า 1,200 ชิ้น ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างตั้งแต่ 2500 ปีก่อนคริสตกาล และอาจจะเป็นเพียงเครื่องบูชาพระศพในสุสาน ไม่ได้นำไปใช้ล่องในแม่น้ำจริง ๆ แต่อย่างใด

 

อักษรภาพอียิปต์ตำนานลึกลับของอียิปต์

5. อักษรภาพอียิปต์โบราณ
อักษรภาพอียิปต์โบราณหรือที่เรียกกันว่า ฮีโรกริฟฟิก (Hieroglyphs) ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งในความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ความชำนาญทางศิลปหัตถกรรมงานช่างและการทำหนังสือของชาวอียิปต์โบราณ ถือเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของพวกเขาที่มีอำนาจและอิทธิพลต่อพิธีกรรม และการดำรงชีวิตอย่างสูง สำหรับอักษรภาพอียิปต์โบราณนี้ เป็นภาพอักษรที่มักจะสลักเรื่องราวเกี่ยวกับองค์ฟาโรห์ ราชวงศ์การเมืองการปกครอง และเรื่องราวทางศาสนาซึ่งจะมีปรากฏให้เห็นอยู่ตามวิหาร และสิ่งก่อสร้างทั้งหลาย โดยแต่ละภาพก็จะมีการสื่อความหมายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งนี่เองจะทำให้การค้นพบในครั้งแรก ๆ นั้นก็สร้างความมึนงงให้เหล่านักสำรวจอยู่ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ตำนานลึกลับของอียิปต์ การตกแต่งพีระมิด

6. การตกแต่งภายในพีระมิด
นอกจากโครงสร้างวัสดุและวิธีการสร้างพีระมิด จะมีความอลังการงานสร้างอย่างยิ่งใหญ่มาก ๆ แล้วภายในของพีระมิด ยังมีการตกแต่งอยู่อย่างสวยงามตามสมัยอีกด้วย สิ่งหนึ่งที่พบภายในพีระมิดนั้นก็คือ เหล่าบรรดาอักษรภาพฮีโรกริฟฟิกอายุอานามกว่า 4000 ปี ซึ่งช่วยให้พีระมิดที่ค้นพบกันนั้น กลายเป็นสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า และมีอายุเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกใบนี้

7. องค์ฟาโรห์กับการฝังทาสรับใช้
หลังจากการสิ้นพระชนม์ขององค์ฟาโรห์แล้ว เหล่าบรรดาข้าทาสบริวารของพระองค์ไม่ได้ถูกฆ่า หรือโดนฝังทั้งเป็นในสุสานขององค์ฟาโรห์แต่อย่างไร อย่างที่ทราบทราบกันแต่อย่างใด เพราะมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่งได้กล่าวไว้ว่าองค์กษัตริย์ฟาโรห์องค์สุดท้ายทรงเล็งเห็นว่าข้าทาสของพระองค์ยังสามารถทำประโยชน์อื่น ๆ ได้มากกว่าการถูกฆ่าหรือฝังไปอย่างเปล่าประโยชน์ และเพื่อไม่ให้เป็นการขัดต่อประเพณีที่มีการสืบสานกันต่อมาช้านานพระองค์จึงรับสั่งให้นำ “ซับติ” (Shabti) หรือรูปแกะสลักไม้ที่ทำจากหลากหลายวัสดุ ทั้งขี้ผึ้ง ไม้ ดินเหนียว หิน แก้ว ดินเผา และสำริด โดยทำหน้าที่เหมือนคนรับใช้ลงไปฝังในสุสานแทนชีวิตของคนเป็น ๆ

8. เหล่าทาสคือผู้สร้างพีระมิด
เป็นที่ถกเถียงกันอยู่มากพอสมควร กับประเด็นที่ว่าด้วยความยิ่งใหญ่ของพีระมิดประกอบด้วยเทคโนโลยีและหลักการทางวิศวกรรมต่าง ๆ ในสมัยนั้นยังไม่น่าจะเจริญก้าวหน้าเท่าที่ควร ใครคือผู้สร้างพีระมิดกันแน่และใช้วิธีการใดในการขนย้ายก้อนหินที่มีน้ำหนักมาก ๆ ขึ้นที่สูงกันได้ ทั้งนี้จากหลักฐานของนักประวัติศาสตร์ชาวกรีก ได้ระบุเอาไว้ในช่วงศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาลที่ว่าเหล่าบรรดาช่างฝีมืออียิปต์มากมายนับหมื่นนับแสนคน คือผู้ที่สร้างพีระมิดอันยิ่งใหญ่ตระการตา ไม่ใช่ทาสอย่างที่เราเห็นในภาพยนตร์ออลลีวูดตีความหรือสร้างฉากให้เห็นกันก่อนหน้านี้

9. ชาวอิสราเอลคือทาสของอียิปต์ในยุคนั้น
สิ่งที่เรา ๆ ท่าน ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติของอียิปต์นั้นหลัก ๆ แล้วคือเรื่องของการสร้างพีระมิด องค์กษัตริย์ฟาโรห์และอื่น ๆ อีกสารพัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหลายต่อหลายคนคงจะนึกถึงกันไปว่าถ้ารับใช้คงจะเป็นชาวอียิปต์กันแน่ ๆ แต่แท้ที่จริงแล้วเราทาสรับใช้ต่างเป็นชาวฮิบรูหรือชาวอิสราเอลในปัจจุบันนั่นเอง ซึ่งจากคำกล่าวในคัมภีร์ไบเบิลนั้นได้ระบุไว้ว่าชาวฮิบรูได้ตกเป็นทาสของอียิปต์นับตั้งแต่องค์กษัตริย์ ทำการยึดดินแดนและอาณาจักรต่าง ๆ เข้ารวมกันเป็นอารยธรรมอียิปต์ซึ่งทำให้ชาวฮิบรูต้องมีสถานะเป็นทาสและเป็นเบี้ยล่างให้กับอียิปต์ไปโดยปริยาย

 

ตำนานลึกลับของอียิปต์ คำสาปของฟาโรห์

10. คำสาปแช่งขององค์ฟาโรห์
เป็นที่เล่าลือกันว่าหากผู้ใดก็ตามที่มาเปิดหลุมฝังพระศพขององค์ฟาโรห์ตุตันคามุน (Pharaoh Tutankhamun) จะต้อง คำสาปที่นักบวชไอคุปต์บรรจงสลักไว้ในสุสาน ซึ่งคำสาปนั้นจะส่งผลให้เกิดอาถรรพ์การเสียชีวิตอย่างน่าพิศวงขึ้น เหมือนอย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ลอร์ด คาร์นาร์วอน (Lord Carnarvon) กับคณะสำรวจของ โฮเวิร์ด คาร์เตอร์ (Howard Carter) ที่เขาได้ว่าจ้างให้ทำการสำรวจค้นหาสุสานฟาโรห์ตุตันคามุน ซึ่งผลสุดท้ายแล้วทั้งหมดเสียชีวิตไปโดยที่แพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยอาการได้เลย

, , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *