ทำอย่างไร เมื่อชอบผู้ชายของคนอื่น

เกร็ดความรู้ เรื่องการชอบผู้ชายของคนอื่น บางรายมีความทุกข์สาหัส ตัดใจไม่ได้ ตัดเขาไม่ขาด จนต้องมาปรึกษาหมอ ที่ยังระเริงเหลิงลมสวาทก็มี ผู้หญิงเหล่านี้มีทั้งที่สาว โสด ไม่ (สามีตายหรือหย่า) บางคนยังมีสามีรักใคร่กันดี หรือบางคนมีสามีแต่ในนาม หมดความรู้สึกผูกพันกันแล้ว หลายคนยังมีการศึกษาดี มีฐานะการเงินดี การงานดี หลายราย สวยมาก ๆ เข้าค่ายไฮโซหรือไฮซ้อก็มี ส่วนผู้ชายซึ่งพวกเธอเกี่ยวพันด้วยนั้น แน่นอนว่าต้องเป็นผู้ชายที่มีเจ้าของหรือมีภรรยาแล้วทั้งนั้น ผู้ชายบางคนอาจยังโสด แต่ก็มีคู่หมาย คู่รักเป็นตัวเป็นตน บางคู่อยู่ด้วยกันโดยการจดทะเบียน หรือไม่จดทะเบียนสมรส แต่ก็ยังมาผูกพันกับผู้หญิงดังกล่าวด้วยเจตนาแอบแฝงอื่น ๆ

ทำอย่างไร เมือชอบผู้ชายของคนอื่น

ชอบผู้ชายของคนอื่น

ผู้หญิงซึ่งมี “ผู้ชายของคนอื่น” นั้นบางคนอาจมีความสุข พอใจ ที่ได้แย่งของรักจากคนอื่นได้ แม้เพียงชั่วคราวก็ตาม เธอจะยังไม่ทุกข์หรอก หากเธอไม่ได้รักเขา ถ้าเธอมองเขาเป็นแค่ของเล่น ก็เหมือนเป็นการทดสอบตัวเอง ว่ายังมีเสน่ห์พอที่จะดึงดูดใจให้เขาปลีกตัวจาก “บ้านใหญ่” มาหาเธอได้หรือไม่

ผู้หญิงเหล่านี้บางคนรวยมาก ๆ สามีก็ยังมีอยู่ แต่ไม่เกี่ยวข้องเพราะรสนิยมไม่ตรงกัน อายุก็มากขึ้น เริ่มรู้จักหนุ่มน้อยตามงานสังคม ได้พูดคุย เต้นรำ ถูกเนื้อ ถูกตัว ถูกใจ ถูกรสนิยมกัน จนถึงขั้นต้องพบปะกันเป็นประจำ หนุ่มน้อยที่มีเมียแล้วแต่ยอมห่างจากเมียเก่า มาผูกสัมพันธ์กับผู้หญิงคนใหม่แบบสนิทแนบแน่น เพราะความเอาใจใส่เอาใจเก่งและเงินทองที่ได้รับเป็นสินน้ำใจจากเธออยู่เรื่อย ๆ

ผู้หญิงบางคนชอบแย่งสามีเพื่อน โดยเฉพาะเพื่อนรัก มีผู้มาร้องทุกข์ให้หมอฟังหลายราย คบไปคบมากลายเป็นติดใจสามีของเพื่อนรักเข้าพยายามหักใจก็ไม่สำเร็จ กลับสนใจเขามากขึ้น ถ้าผู้ชายใจแข็งพอก็ไม่เกิดปัญหามาก แต่ถ้าผู้ชายใจอ่อนก็จะกลายเป็นชู้ไป

แม้ผู้ชายใจแข็งไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย แต่ถ้าผู้หญิงไปลองผู้ชายที่มีเจ้าของแล้ว เธอก็เป็นทุกข์ทางใจอยู่ดี

ชอบผู้ชายของคนอื่น ตัดใจไม่ได้ ตัดเขาไม่ขาด

สตรีบางคนชอบคบผู้ชายที่รับจ้างให้บริการทางเพศ แบบเป็นเพื่อนเที่ยวหรือเอสคอร์ท แรก ๆ ก็คิดว่าคบเล่น ๆ พอคบไปคบมา เกิดถูกใจ ติดใจเขา นอกจากเสียเงินมากโดยใช่เหตุแล้ว ยังหวังอนาคตร่วมกันหรือความรักความสัมพันธ์ที่มั่นคงไม่ได้ แบบนี้เข้าข่ายไปชอบ “ผู้ชายของสาธารณะ”

ส่วนใหญ่เป็นสตรีสูงอายุ ไปหลงใหลผู้ชายอายุน้อยกว่าที่มีเจ้าของแล้ว แต่ก็มีหลายรายที่สตรีมีอายุหรือสตรีที่อายุน้อย ไปชอบผู้ชายที่มีอายุและมีเจ้าของแล้ว จากการคบหาพูดจา เล่นกีฬา เต้นรำ หรือทำธุรกิจร่วมกัน
ถ้าสตรีนั้นโสดและผู้ชายมีภรรยาเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว สตรีนั้นก็เข้าข่ายเป็นชู้กับสามีเขา (ผู้หญิงกลายเป็นเมียน้อย)

ถ้าสตรีนั้นมีสามีเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว และไปยุ่งเกี่ยวเชิงพิศวาสกับผู้ชายอื่นที่มีภรรยาอยู่แล้ว ก็เข้าข่ายสตรีนั้นเป็นชู้กับสามีคนอื่น และผู้ชายคนนั้นก็เป็นชู้กับภรรยาคนอื่น (ผู้หญิงเป็นเมียน้อย ผู้ชายก็เป็นสามีน้อยไง งงไหม)

สตรีหลาย ๆ คนเมื่อมีความทุกข์มากเข้า พอมีคนเตือนสติ มองเห็นทางออกของชีวิตก็เลิกพฤติกรรมเช่นนี้ได้

บางคนแค่คิดว่าจะชอบผู้ชายที่มีเจ้าของแล้ว ก็รีบหักใจเลิกเสียก่อน ถือว่ามีสติและมีปัญญาสูง เพราะถึงคบต่อไปก็มีแต่ทุกข์ใจและสังคมก็ไม่ยกย่อง

ชอบผู้ชายของคนอื่น บางรายมีความทุกข์สาหัส

แต่มีอีกหลายรายที่ไม่ยอมเลิกและเดินหน้าต่อไป ไม่แคร์สังคมด้วย โดยอ้างว่าไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เธอไม่อยากเลิกกับสามีเก่า และไม่คิดจะแย่งผู้ชายซึ่งเป็นสามีของคนอื่นจริง ๆ จัง ๆ เพียงแค่อยากให้เขามาเอาใจ ใส่ใจ และมีความสุขลึก ๆว่าเอาชนะผู้หญิงอีกคนหนึ่งได้ (คือภรรยาของผู้ชายที่ตนแย่งมา) ถ้าคิดแบบนี้เข้าข่ายเป็นคนมีปมด้อยในใจ อยากอวดว่ามีคนรักคนสนใจ และอยากเอาชนะเพศหญิงด้วยกัน ในใจมีปมทางจิตเวช เป็นความรู้สึกที่อยากโชว์ว่าตัวเองมีหน้าอกใหญ่กว่าผู้หญิงอื่น และอาจเกิดความอิจฉาเพศชายที่มีองคชาตแต่เธอไม่มี เธอจึงสามารถมีพฤติกรรมทางเพศกับผู้ชายได้โดยที่เธอไม่ต้องรักเขา และทำให้เขาต้องมาเอาใจ ยอมสยบ ยอมมีเพศสัมพันธ์กับเธอ จนเขาถึงจุดสุดยอด แต่เธอไม่ยอมมีอารมณ์ถึงขั้นจุดสุดยอดด้วย (เธออาจใช้เสน่ห์มารยาหรือเงินซื้อเอาก็ได้) เธอคิดว่านี่คือชัยชนะที่เธอมีต่อทั้งเพศชายและเพศหญิง

คนที่มีปมในใจแบบนี้ มีมากขึ้นในสังคม โดยเฉพาะผู้หญิงที่เก่ง รวย สวย ซึ่งมีความรู้สึกอ้างว้าง โหยหาความรักความสนใจจากชายในอดีต และไม่ได้ความรักความสนใจ รู้สึกเป็นปมด้อยว่าไร้ค่า เธอจึงเก็บผมด้วยเหล่านี้ไว้และสร้างปมใหม่ที่ต้องการทั้งผู้ชายที่ไม่สนใจเธอในอดีต และเอาชนะผู้หญิงที่มาแย่งผู้ชายซึ่งเธอรักไปในอดีต

จึงเกิดเป็นพฤติกรรมนิยมการมี “ผู้ชายของคนอื่น” โดยไม่รู้สึก ตะขิดตะขวงใจ ไม่ละอายด้วย ขอเตือนว่า จะต้องทุกข์ใจและกายแน่ ๆ ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต ถ้าลด ละเลิกได้ก็รีบ ๆ ทำเสียเถิด เพราะจะกลายเป็นมะเร็งอารมณ์ และมะเร็งสังคมครอบครัวอีกแบบหนึ่งได้

, , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *