ลิ้นจี่ ผลไม้สรรพคุณดี มีมากกว่าความอร่อย

เกร็ดความรู้ ผลไม้มากประโยชน์ ลิ้นจี่ เป็นผลไม้ประจำฤดูกาลอีกหนึ่งชนิด ที่เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ด้วยรสชาติที่หอมหวาน อร่อย ชื่นใจ ช่วยแก้กระหาย เหมาะกับช่วงที่อากาศร้อน ในอดีตมนุษย์เรารู้จักสรรพคุณของ ลิ้นจี่ กันเป็นอย่างดีว่า สามารถช่วยดูแลและปกป้องสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคภัยต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง โดยลิ้นจี่นั้นมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน และคนจีนส่วนใหญ่ก็นิยมกินกันมากเพราะนอกจากจะมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้วยังมีรสชาติที่หวานอร่อยด้วย นอกจากนี้ก็มีวิตามินซีในปริมาณสูงซึ่งมีอยู่ในเนื้อของลิ้นจี่นั่นเอง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ใคร ๆ ก็ต้องการ เพราะในยุคสมัยนี้มีมลพิษรอบตัวเยอะมาก ๆ และก็ยังไม่หมดเพราะลิ้นจี่มีไขมันที่สำคัญ ๆ ซึ่งมีฤทธิ์ในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้ดีเชียว ตามตำรายาจีนตั้งแต่โบราณ หากพบว่ามีอาการของโรคหวัดก็จะใช้ผลไม้อย่างลิ้นจี่มาเป็นตัวช่วยแก้อยู่เสมอ และยังมีสรรพคุณแก้อาการติดเชื้อในลำคอหรือโรคที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส ช่วยเพิ่มพลังให้แก่ร่างกาย บรรเทาอาการปวดเมื่อย ปวดบวมตามร่างกาย โดยอาจใช้เปลือกผลและเมล็ดของลิ้นจี่มาผสมกับสมุนไพรชนิดอื่นแล้วทำเป็นยาไว้กิน และในปัจจุบันทางการแพทย์ได้เล็งเห็นถึงสรรพคุณทางยาจากลิ้นจี่ จึงมีการทำงานวิจัยเกี่ยวกับลิ้นจี่มากมายซึ่งพบว่า สารสกัดจากส่วนต่าง ๆ ของลิ้นจี่มีคุณค่าในการช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง มีประโยชน์ต่อคนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งมาก นอกจากนี้มีการค้นพบที่น่าสนใจอีกว่า สารสกัดจากลิ้นจี่มีฤทธิ์ช่วยปกป้องตับ ทำให้การทำงานของตับเป็นปกติดี แต่แม้ลิ้นจี่จะมีคุณประโยชน์มากเพียงใดก็ไม่ควรกินมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการร้อนในได้

สรรพคุณของลิ้นจี่

ลิ้นจี่ ยาโบราณแก้หวัด มีฤทธิ์ป้องกันตับได้

ลิ้นจี่ ประโยชน์ในการรักษาโรค

1. ลิ้นจี่ช่วยปกป้องผิวพรรณจากรังสียูวีและสารพิษต่าง ๆ จากภายนอกได้ดี ทำให้ผิวดูสุขภาพดี ไม่เสื่อมก่อนวัย เพราะมีสารเคมีสำคัญซึ่งหาได้ยากชื่อว่า โอลิโกนอล ซึ่งยังช่วยต่อต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ด้วย

2. ลิ้นจี่มีสรรพคุณทางยาในการแก้โรคหวัดได้สูง และบรรเทาอาการคัดจมูกได้ดี เพราะลิ้นจี่ถือว่าเป็นแหล่งรวมของเหล่าสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิดนั่นเอง

3. ลิ้นจี่มีฤทธิ์ที่สามารถต่อต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเซลล์มะเร็งเต้านม เนื่องจากสารฟลาโวนอยด์ ฟลาโวนส์ เคอซิทิน และเคมเฟอรัล ที่มีมากในเนื้อและเปลือกของลิ้นจี่จะช่วยจัดการกับเหล่าเซลล์มะเร็งร้ายได้อย่างดี

4. ลิ้นจี่น่าจะเป็นผลไม้ที่ถูกใจของคนที่กำลังลดน้ำหนัก อยากมีรูปร่างดี ซึ่งเป็นผลดีต่อร่างกายเพราะช่วยลดความเสี่ยงจะเกิดโรคได้มาก ในลิ้นจี่มีพลังงานต่ำ เส้นใยอาหารสูง แถมไขมันน้อย แต่ก็มีน้ำตาลค่อนข้างสูงจึงควรกินอย่างเหมาะสม

5. ลิ้นจี่มีคุณสมบัติในการช่วยปกป้องตับจากสารพิษได้ ซึ่งมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทยระบุว่า สารสกัดจากเปลือก เนื้อใน และเมล็ดของลิ้นจี่มีฤทธิ์ในการช่วยดูแลตับและป้องกันการเกิดโรคตับ

6. ประโยชน์ของลิ้นจี่ช่วยลดอาการไอเรื้อรัง บรรเทาอาการเจ็บคอ และแก้อาการติดเชื้อในลำคอ

7. สรรพคุณดีของลิ้นจี่สามารถช่วยสลายไขมันที่สะสมอยู่ในเส้นเลือด ป้องกันการเกิดเส้นเลือดในสมองแตก และลดความเสี่ยงจะเกิดโรคหัวใจได้เป็นอย่างดี ด้วยสารโพลีฟีนอลอย่างคาเทชิน

ลิ้นจี่ สรรพคุณดีมีฤทธิ์เป็นยารักษาโรค

8. ลิ้นจี่มีสรรพคุณในการทำให้ระบบประสาทในร่างกายมีการทำงานที่ดีและเป็นปกติ เพราะลิ้นจี่เป็นแหล่งของวิตามินบีอย่างโฟลิกซึ่งมีคุณสมบัติลดไขมันและช่วยผลิตเม็ดเลือดแดง

9. ลิ้นจี่มีประโยชน์เป็นยาบำรุงอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย เสริมสร้างให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงยิ่งขึ้น

10. สรรพคุณของลิ้นจี่ช่วยดับกระหาย เพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย ให้มีพลังในการทำงาน เราจึงนิยมนำลิ้นจี่มาทำเป็นน้ำผลไม้ดื่ม

11. ลิ้นจี่มีสรรพคุณช่วยรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกาย เพราะมีธาตุโพแทสเซียมสูงนั่นเอง โดยในลิ้นจี่ 100 กรัม มีธาตุโพแทสเซียมอยู่ถึง 171 มิลลิกรัม

12. ลิ้นจี่สามารถลดกรดในกระเพาะอาหาร บำรุงระบบการย่อยอาหาร ช่วยย่อยอาหาร บรรเทาอาการที่ไม่ปกติของระบบทางเดินอาหาร

13. ลิ้นจี่มีฤทธิ์ช่วยแก้อาการท้องเสียชนิดที่ไม่รุนแรงมาก และรักษาอาการท้องเดิน โดยการนำเปลือกลิ้นจี่มาสกัดเป็นชาแล้วใช้ชงดื่ม

14. ประโยชน์ของลิ้นจี่ช่วยลดอาการปวดต่าง ๆ เช่น ปวดท้อง ปวดไส้เลื่อน ปวดบวมอัณฑะ

15. ลิ้นจี่อุดมด้วยวิตามินบี 1 จึงมีสรรพคุณในการป้องกันโรคเหน็บชาได้

จากสรรพคุณและประโยชน์ของลิ้นจี่ ประกอบด้วยรสชาติที่หวาน กลิ่นหอมเฉพาะตัว ทำให้เหมาะกับอากาศร้อนในบ้านเราเป็นอย่างดี ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่ใช้เป็นอาหารก็อร่อย หรือจะนำมาใช้กินเพื่อเป็นยาก็ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมาก ๆ ทั้งนี้ควรกินสลับกับผลไม้ชนิดอื่นจะดีที่สุด เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายและสมดุล สามารถรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

, , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *