วัยไหนก็เที่ยวอย่างสนุกได้ แค่เตรียมตัวให้พร้อม

โลก เดือนเมษายน นับเป็นเดือนแห่งการท่องเที่ยวอีกเดือนหนึ่ง บางท่านคงพาญาติผู้ใหญ่ออกไปเที่ยว ซึ่งไม่ว่าจะใกล้หรือไกลก็ควรจะมีการเตรียมความพร้อมกันตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อจะได้ออกไปเที่ยวกันอย่างสนุกและปลอดภัย วัยไหนก็เที่ยวได้โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เพื่อให้ท่านได้พบเจอกับสิ่งใหม่ ๆ ลดความจำเจ และให้ผู้สูงอายุได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว แต่การท่องเที่ยวในผู้สูงอายุมีหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็น ปัจจัยส่วนตัว ได้แก่ โรคประจำตัว ยาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ ประวัติการเจ็บป่วยหรือประวัติการนอนโรงพยาบาล ปัจจัยด้านการเดินทางท่องเที่ยว ได้แก่ แผนการเดินทางผู้ที่ร่วมเดินทางไปด้วยและรวมไปถึงปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมอื่น ๆ เช่น อาชญากรรม สภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นร้อนจัด เย็นจัด หรือที่สูง ซึ่งทุกปัจจัยควรนำมาใช้ในการพิจารณา เพื่อวางแผนการเดินทางที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล

เที่ยวอย่างสนุกและปลอดภัย วัยไหนก็เที่ยวได้

เที่ยวอย่างสนุกและปลอดภัย วัยไหนก็เที่ยวได้แค่เตรียมตัวให้พร้อม

ปัจจัยส่วนตัว

หากมีโรคประจำตัวต้องดูถึงความรุนแรงของโรค เนื่องจากโรคบางอย่าง เช่น โรคมะเร็ง หลังจากการรับเคมีบำบัดหรือฉายแสงจะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง และเสียงต่อโรคติดเชื้อมากขึ้น แต่ถ้าเป็นกลุ่มโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง จะต้องดูว่าสามารถควบคุมโรคได้ดีหรือไม่ เช่น โรคเบาหวานที่คุมน้ำตาลได้ไม่ดี มีปัญหาน้ำตาลต่ำหรือสูงอยู่บ่อย ๆ โรคความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมความดันได้ไม่ดี ความเสี่ยงในการเดินทางของผู้สูงอายุกลุ่มนี้จะมีมากขึ้น อาจไปเที่ยวในประเทศเป็นทริปสั้น ๆ 1-2 วัน แต่ควรจะมีการดูแลอย่างใกล้ชิด และอาจต้องมีอุปกรณ์เจาะน้ำตาลหรือเครื่องวัดความดันโลหิตติดตัวไปด้วย แต่ถ้าหากเป็นการเดินทางทริปยาว หรือไปต่างประเทศแนะนำให้เลื่อนการเดินทางออกไปก่อน จนกว่าจะสามารถควบคุมอาการของโรคได้ดี แล้วค่อยวางแผนการท่องเที่ยวอีกครั้ง ซึ่งผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงควรที่จะได้รับการประเมินทั้งจากหมอที่รักษาติดตามเป็นประจำ และหมอเวชศาสตร์การเดินทางและการท่องเที่ยวควบคู่กันไปด้วย

วัยไหนก็เที่ยวได้ ยาที่รับประทานเป็นประจำอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ

ยาที่รับประทานเป็นประจำอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ

ควรเตรียมยาไปให้พอดีกับระยะเวลาในการเดินทางโดยควรจะ เผื่อเม็ดยาเกินเอาไว้เช่นให้ผู้สูงอายุเก็บยาไว้กินเอง 1 ชุดและเก็บไว้ที่ญาติ 1 ชุด ยาทุกชนิดที่นำติดตัวไปควรมีชื่อยา ขนาดที่รับประทานและสรรพคุณการรักษาของยา เนื่องจากหลายครั้งที่ผู้สูงอายุมักเจ็บป่วยขณะท่องเที่ยว แต่พอไปพบแพทย์ไม่สามารถบอกว่าได้รับยาอะไรอยู่ เพราะผู้สูงอายุเอาเฉพาะเม็ดยามาใส่รวม ๆ กันไว้ แต่ไม่มีชื่อยาบอกที่หน้าของซองยา นอกจากนี้ไม่ควรเก็บยาในกระเป๋าใบใหญ่ ที่เก็บไว้ใต้เครื่องบินหรือท้ายรถโดยสาร แต่ควรนำยาใส่กระเป๋าถือที่นำติดตัว เนื่องจากกระเป๋าใบใหญ่อาจสูญหายระหว่างการเดินทาง รวมทั้งอุณหภูมิของที่เก็บสัมภาระใต้เครื่องบินหรือท้ายรถโดยสารค่อนข้างสูง อาจจะทำให้ยาเสื่อมสภาพลงได้

สำหรับผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน และใช้ยาเบาหวานชนิดฉีดทั้งที่เป็นแบบปากกา และขวดที่ต้องใช้เข็มดูดออกมา ปกติแล้วสำหรับขวดหรือหลอดยา ถ้ายังไม่เปิดใช้ควรแช่ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส จะสามารถใช้ได้ถึงวันหมดอายุที่ระบุข้างขวดหรือหลอด แต่ถ้าหากเปิดใช้แล้วหรือจะนำติดตัวไปขณะเดินทางด้วยจะต้องพบเก็บไว้กับตัว อุณหภูมิที่ห้องประมาณ 25 องศาเซลเซียส ตัวยาจะมีอายุอยู่ได้นานประมาณ 1 เดือน ส่วนเข็มที่ใช้ฉีดสามารถพกติดตัวขึ้นเครื่องบินได้ในปริมาณที่เหมาะสมกับการเดินทาง แต่ต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยัน โดยบางสายการบินอาจกำหนดว่าจะต้องระบุจำนวนเข็มฉีดยาที่ต้องนำติดตัวไปด้วย หากนำไปเกินกว่าที่ระบุในใบรับรองแพทย์จะต้องโหลดเอาไว้ใต้เครื่อง โดยต้องแสดงเอกสารให้เจ้าหน้าที่ ที่ประจำจุดเช็คอินของสายการบิน และจุดตรวจค้นดู ดังนั้นจึงควรขอใบรับรองแพทย์จากแพทย์ที่รักษาเป็นประจำ พร้อมทั้งรายการยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันติดตัวไปด้วย นอกจากนี้ควรเตรียมยาสามัญประจำบ้าน เช่น พาราเซตามอลยา แก้เมารถ เมาเรือ ยาดม ผงเกลือแร่ และชุดทำแผลเล็ก ๆ พร้อมกับผ้าพันแผลเผื่อกรณีเกิดอุบัติเหตุขึ้น

ปัจจัยด้านการเดินทางท่องเที่ยว

ก่อนออกเดินทางต้องมีการวางแผนการเดินทาง เช่น การจองที่พัก ซึ่งถ้าหากมีลูกหลานไปด้วยก็จะมีคนช่วยทำให้แทน แต่ถ้าหากผู้สูงอายุเดินทางไปด้วยตัวเองแล้ว จุดนี้ถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่ค่อนข้างปวดหัวเลยทีเดียว เพราะแผนการเดินทางนั้นควรต้องเขียนโดยละเอียด รวมทั้งมีพิกัดของสถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรมที่แน่ชัด ควรพิมพ์หรือเขียนออกมาให้มีขนาดตัวอักษรค่อนข้างใหญ่เพื่อที่จะได้อ่านได้อย่างสะดวก เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีปัญหาทางด้านสายตาอยู่แล้ว ควรมีแผนที่ ที่สามารถบอกพิกัดได้อย่างชัดเจน แผนการเดินทางควรยืดหยุ่นได้ และมีการวางแผนสำรองเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้น เช่นผู้สูงอายุเกิดอาการเจ็บป่วย หรือเข้าโรงพยาบาล ทำให้ต้องหยุดการเดินทางกะทันหัน และที่สำคัญคือควรจะมีวันพักระหว่างการเดินทาง เพื่อไม่ให้โปรแกรมการเดินทางนั้นอัดแน่น และเหนื่อยล้ามากจนเกินไป

วัยไหนก็เที่ยวได้ ต้องมีการวางแผนการเดินทาง

ผู้สูงอายุที่มีโรคหัวใจควรนำผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจเดิมติดตัวไปด้วย

หรืออาจจะส่งเป็นไฟล์เก็บไว้ในอีเมลของตนเอง และญาติที่สามารถเปิดดูได้หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น นอกจากการวางแผนการท่องเที่ยวแล้ว ผู้สูงอายุที่มีรายชื่อสถานพยาบาลที่เชื่อถือได้ พร้อมทั้งเบอร์โทรศัพท์ เผื่อเก็บไว้ในกรณีเจ็บป่วยจะได้สามารถเข้ารับบริการได้ทันที ในประเทศไทยหากมีอาการเจ็บป่วยระหว่างการเดินทาง สามารถเข้ารับบริการได้ที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งทั่วประเทศหรือโทร 1669 ซึ่งถ้าเป็นเหตุฉุกเฉินไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เช่น ระหว่างการท่องเที่ยวผู้สูงอายุมักจะมีการออกแรงมากกว่าปกติ สำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคหัวใจอยู่แล้ว ถ้าเกิดอาการแน่นหน้าอก เหงื่อแตก ใจสั่น นั่งพักแล้วยังไม่ดีขึ้น ต้องระวังภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ควรรีบไปพบแพทย์โดยทันที

การเจ็บป่วยระหว่างการเดินทาง เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการท้องเสียเนื่องจากมีการรับประทานอาหารที่ต่างออกไปจากปกติ และภูมิคุ้มกันไม่ดีเท่าวัยหนุ่มสาว ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเชื้อไวรัส แต่ก็ยังมีเชื้ออื่น ๆ เช่น แบคทีเรีย ท็อกซิน จากแบคทีเรียโปรโตซัวหรือพยาธิต่าง ๆ และมีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย เช่น ความดันโลหิตที่ต่ำลง ภาวะไตวายจากการขาดน้ำติด เชื้อในกระแสเลือด จนกระทั่งนำไปสู่การเสียชีวิตลงได้ ดังนั้นถ้าหากมีอาการท้องเสีย แต่ยังมีอาการไม่มากแนะนำให้จิบน้ำเกลือแร่แทนน้ำเปล่า แล้วสังเกตอาการของตนเอง ถ้าหากยังไม่ดีขึ้น เช่น มีการถ่ายเป็นมูกเลือด มีไข้ ปวดท้องมาก ควรไปพบแพทย์โดยทันที และสถานที่ที่ไปเที่ยวควรเป็นที่โล่ง โปร่ง หลีกเลี่ยงสถานที่ที่แออัด เนื่องจากผู้สูงอายุมักติดเชื้อทางเดินหายใจได้ง่าย เช่น ไข้หวัดใหญ่ปอดติดเชื้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยและผู้สูงอายุอาจเกิดอาการรุนแรงได้

หากจะต้องมีการเดินทางข้ามซีกโลก อาจจะทำให้เกิดอาการเมาเวลาได้ แนะนำให้ผู้สูงอายุพักผ่อนให้เพียงพอ จิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ ควรแบ่งการเดินทางที่ค่อนข้างยาว ออกเป็นช่วง ๆ เพื่อให้ร่างกายมีการปรับตัว การออกไปรับ แสงแดดอ่อน ๆ จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้เร็วขึ้น และหากมีอาการจากอาการเมาเวลา หรือผู้ที่นอนหลับยากอยู่แล้วอาจปรึกษาแพทย์เพื่อใช้ยาลดอาการลง

หากมีอาการขาบวม ปวด โดยเฉพาะเป็นแค่ข้างใดข้างหนึ่ง หลังจากการนั่งเครื่องบินหรือรถโดยสารระยะทางยาวควรระวังโรคลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ ซึ่งผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงสูงมาก ควรเลือกที่นั่งริมทางเดินเพื่อความสะดวกในการลุกเดินบ่อย ๆ รวมถึงการทำการบริหารกล้ามเนื้อขา โดยการวางเท้าราบกับพื้น นั่งในท่าที่สบาย กระดกข้อเท้าขึ้นปลายเท้าแตะพื้น สลับกับวางส้นเท้าลงให้ปลายเท้ากระดกขึ้นมาแทน ทำสลับกันไปขณะที่นั่งอยู่ในรถโดยสารหรือเครื่องบินที่ใช้ระยะเวลานาน โดยเฉพาะระยะเวลาที่นานมากกว่า 4 ชั่วโมงขึ้นไป

ถ้าหากผู้สูงอายุจะต้องเดินทางไปเพียงลำพัง ควรจะต้องบอกญาติหรือคนใกล้ชิด ให้ทราบถึงแผนการเดินทางทั้งหมดอย่างละเอียดรวมไปถึงเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ผู้สูงอายุควรมีบัตรประจำตัวพกติดตัวไว้ตลอด เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นผู้พบเห็นเหตุการณ์จะได้ทราบว่าผู้สูงอายุคือใคร มีโรคประจำตัวอะไรบ้าง มาจากที่ไหน และจะสามารถติดต่อญาติได้อย่างไร

อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ ควรจะมีประกันในการเดินทาง ซึ่งมีให้เลือกซื้อทั้งแบบในประเทศและต่างประเทศ ควรเลือกให้ครอบคลุมวันการเดินทางทั้งหมด และอาจจะเผื่อวันก่อนและหลังวันที่เดินทางจริงไว้ 1-2 วัน เนื่องจากถ้ามีการเจ็บป่วยอาจจะต้องเลื่อนวันเดินทางออกไปอีก นอกจากนี้ถ้าไปต่างประเทศแนะนำให้เลือกการประกันการเดินทางที่มีการอพยพฉุกเฉิน และมีการส่งตัวกลับมารักษายังประเทศไทยได้

วัยไหนก็เที่ยวได้ ควรเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่การเดินทางเข้าถึงสะดวก

ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม

ผู้สูงอายุควรเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่การเดินทางเข้าถึงสะดวก และเลือกโรงแรมที่อยู่ในตัวเมือง และใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ เลือกการเดินทางในช่วงที่อุณหภูมิกำลังพอเหมาะ ไม่หนาวหรือไม่ร้อนจนเกินไป ควรจะเลือกท่องเที่ยวในที่ร่มเป็นหลัก เนื่องจากผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะเป็นลมแดดได้ง่าย แต่ถ้าจำเป็นต้องออกกลางแจ้ง อย่าลืมทาครีมกันแดด ใส่หมวก และพกร่มไปด้วย และที่สำคัญต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ และควรจะมีขวดน้ำพกติดตัวไว้ด้วยตลอดเวลา

ผู้สูงอายุที่ต้องใช้รถเข็น หากเดินทางโดยเครื่องบินควรติดต่อสายการบินล่วงหน้า เพื่อให้ทางสายการบินจะเตรียมรถเข็นหรืออำนวยความสะดวกให้ แต่ถ้าหากเดินทางไปกันเองหรือไปต่างจังหวัด ควรเลือกรถเข็นที่มีความแข็งแรงทนทานมีน้ำหนักเบาและพับเก็บได้ เพื่อที่จะได้คล่องตัวเวลาเขียนพาผู้สูงอายุออกไปเที่ยว

และที่สำคัญ ควรจะพาผู้สูงอายุเข้ามารับคำปรึกษากับแพทย์ที่รักษาเป็นประจำ หรือแพทย์เวชศาสตร์การเดินทางและการท่องเที่ยวก่อนการเดินทางอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เนื่องจากหมอจะได้ดูรายละเอียดของแต่ละบุคคล แผนการเดินทางการประเมินปัจจัยเสี่ยง พร้อมกับหาแนวทางการป้องกันและแก้ไขไว้ล่วงหน้า ผู้สูงอายุจะได้ท่องเที่ยวได้อย่างสนุกและปลอดภัย

, , , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *