ถนอมสายตาอย่างไร ให้ดวงตาสดใสอยู่เสมอ

เกร็ดความรู้  ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในยุคปัจจุบันนี้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย เป็นที่ใช้กันทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าใครก็ล้วนแต่สิงอยู่กับหน้าจอ แล้วปัญหาที่ตามมาก็คือ กล้ามเนื้อตาอ่อนล้า ตาพร่า ตาลาย ปวดกระบอกตา นอกจากนี้ยังพบมากในกลุ่มผู้ที่ทำงานกลางแดดจ้าเป็นเวลานาน ๆ ผู้ที่ต้องทำงานขับรถรับส่งผู้โดยสารเวลากลางคืน พนักงานประจำออฟฟิศหรือกลุ่มอาชีพที่มีลักษณะการทำงาน ที่ต้องใช้สายตาจับจ้องวัสดุ อุปกรณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นเวลานาน ๆ เช่น ช่างเย็บผ้า ช่างไฟฟ้า ช่างเชื่อม ช่างอ๊อกเหล็กช่างถ่ายภาพ และการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เช่น คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ แล้วเราจะมีวิธีการดูแลสุขภาพดวงตาของเราได้อย่างไร วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆ เป็นวิธีถนอมดวงตาง่าย ๆ มาฝากกันค่ะ

วิธีถนอมดวงตา ให้สดใส

วิธีถนอมดวงตาให้สดใส ด้วยผักผลไม้วิตามิน A สูง

เมื่อเราต้องใช้สายตาเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้มีการพักผ่อนสายตา สายตาของเราอาจเกิดการเมื่อยล้าได้โดยจะแสดงออกในลักษณะอาการตาพร่า ตาลาย ปวดตา เจ็บตา ซึ่ง ส่งผลเสียต่อระบบการทำงานของจอประสาทตา ทำให้สายตาสั้นหรือยาวผิดปกติ และยังทำให้จอประสาทตาเสื่อมเร็วกว่าอายุจริงอีกด้วย

การปฏิบัติตัวเมื่อมีอาการ

วิธีการแก้ไขง่าย ๆ เมื่อมีอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนล้าปวดกระบอกตาตาพร่าตาลาย หลังจากใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลา นาน ๆ แนะนำให้ผู้ที่มีอาการดังกล่าวหยุดพักการทำงานชั่วขณะโดยการหลับตานิ่ง ๆ พักผ่อนสายตาประมาณ 3-5 นาที จนรู้สึกดีขึ้นแล้วจึงกลับมาทำกิจกรรมนั้น ๆ ต่อไปหรืออาจใช้วิธีประคบด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นปิดตาไว้ชั่วขณะ ก็จะสามารถช่วยลดอาการเมื่อยล้าและภาวะตึงเครียดของกระบอกตาได้ด้วยเช่นกัน

มะเขือเทศ วิธีถนอมดวงตา

การใช้สมุนไพรบำบัดรักษา

ในการดูแลสุขภาพตาไม่ให้อ่อนล้านั้น สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยใช้แตงกวาหรือมะเขือเทศที่แช่เย็นไว้แล้ว นำมาฝานบาง ๆเป็นแว่น ๆ วางไว้รอบดวงตาสักครู่ จะรู้สึกเย็นสบายและผ่อนคลายยิ่งขึ้น หมั่นเปลี่ยนแผนแตงกวาหรือมะเขือเทศบ่อย ๆเมื่อรู้สึกว่าแตงกวาหรือมะเขือเทศชิ้นนั้นหมดความชุ่มชื้น ทำเช่นนี้สลับไปมาราว 3-5 นาที ดวงตาที่ไม่รักก็จะกลับมาสดใสดังเดิม

วิธีถนอมดวงตา อาหารบำรุงสายตา

อาหารบำรุงสายตา

การถนอมดวงตาให้สดใสสุขภาพดีและอยู่กับเราได้นาน ๆ สามารถทำได้โดยการดูแลจากภายในนั้นก็คือ การเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์ซึ่งจะช่วยบำรุงรักษาและถนอมดวงตาโดยตรงได้แก่

1. รับประทานผักผลไม้ ที่อุดมไปด้วยวิตามิน A B และ C ได้แก่ มันเทศ มะละกอสุก มะม่วงสุก แครอท ตำลึง ฟักทอง ผักบุ้งผักโขม หัวผักกาด เขียวบล็อกโคลี่ กะหล่ำปลี กระเพรา และตัวที่มีเปลือกสีน้ำตาล เป็นต้น โดยเฉพาะวิตามินเอในมะเขือเทศ จะช่วยปรับระดับสายตา ทำให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในที่มืด ในถั่วสีน้ำตาลแดง จะมีสังกะสีซึ่งมีความจำเป็นต่อสายตา และช่วยปกป้องเยื่อบุชั้นในของลูกตาได้อีกด้วย ขณะที่กระเพราเป็นผักที่อุดมไปด้วยสารอาหาร แคลเซียม เหล็กฟอสฟอรัส วิตามินซี และมีเบต้าแคโรทีนสูง

2. รับประทานผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารลูทีน และ ซีนแซนทีน ซึ่งมีมากในผักผลไม้สีเขียวเข้ม และสีเหลือง เช่น ข้าวโพดหวาน สีส้มเหลือง ผักป๊วยเล้ง คะน้า ผักโขม และไข่แดง ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยบำรุงสายตา ทั้งนี้เพราะสารอาหารดังกล่าวมีคุณสมบัติในการกรองแสงอุลตร้าไวโอเลต ป้องกันรังสี UV และช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ของจอประสาทตาถูกทำลาย ซึ่งนอกจากจะช่วยในการดูแลรักษาและบำรุงสายตาแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับสายตาอื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น โรคต้อกระจก โรคกระจกตาเสื่อม และโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสายตา เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และโรคมะเร็งเต้านม เป็นต้น

3. รับประทานผักผลไม้ที่มีสารอนุมูลอิสระ และมีเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งเบต้าแคโรทีนนี้ จะถูกร่างกายเปลี่ยนให้เป็นวิตามินเอในภายหลัง เพื่อนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพดวงตาของเราต่อไป ตัวอย่างเช่น ผักและผลไม้ในกลุ่มนี้ ได้แก่ แครอท มะเขือเทศ มะละกอ ฟักทอง มันเทศ หอมแดง บีทรูท ขี้เหล็ก แคนตาลูป แอปริคอท เป็นต้น

4. ควรบริโภคผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่อย่างสม่ำเสมอ เช่น สตรอเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และมัลเบอร์รี่ หม่อน เป็นต้น โดยเฉพาะบูลเบอร์รี่ ซึ่งมีสารแอนโธไซยาโนไซด์ ที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงสายตา ทำให้ดวงตาสดใส ลดความเมื่อยล้าของจอประสาทตา นอกจากนี้การรับประทานผักและผลไม้ที่มีสีเข้มจัด ก็จะทำให้ได้รับสารแคโรทีนอยด์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยป้องกันรักษาและบำรุงสายตาได้อย่างดีอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ส้ม อะโวคาโด มะละกอสุก มะม่วงสุก เป็นต้น

5. ป้องกัน อาการตาแห้ง และตาพร่า ด้วยการบริโภคกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 ซึ่งสารอาหารเหล่านี้พบว่ามีอยู่มากในน้ำมันปลาน้ำมันข้าวโพดน้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันมะกอก นอกจากนี้การรับประทานปลาให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับ โอเมก้า 3 ที่มีคุณสมบัติในการ บำรุงสายตาได้ด้วยเช่นกัน

ผักผลไม้บำรุงสายตา วิธีถนอมดวงตา

วิธีการดูแลสุขภาพตา

การรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่สามารถช่วยดูแลสายตา ให้อยู่กับเราไปนาน ๆ หากว่าเราไม่รู้จักวิธีการใช้สายตาอย่างทะนุถนอม หรือป้องกันอันตราย อันจะนำมาสู่ความเสื่อมสภาพของสายตาเราได้ เช่น หากจำเป็นต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ๆ ควรจะหาแว่นกันแดดมาสวมเพื่อลดระดับแสงแดด ที่เป็นอันตรายต่อสายตาของเราลง หรือหากต้องทำงาน กับคอมพิวเตอร์ก็อาจเปลี่ยนมาใช้จอมอนิเตอร์แบบถนอมสายตา หรือลดค่าแสงจากจอมอนิเตอร์ ลงให้ พอดีกับแสงสว่าง เพื่อจะได้ไม่รู้สึกปวดตาเวลาที่เราต้องเพ่งมองเป็นเวลานาน ๆ เป็นต้น

หากสามารถทำได้ดังที่กล่าวมาแล้ว ดวงตาอันสดใสก็จะอยู่กับเราไปอีกนานแสนนาน ตราบเท่าอายุการใช้งานทีเดียว และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ระหว่างที่มีการทำงานหรือใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ควรผ่อนคลายด้วยการพักสายตาเป็นระยะครั้งละ 3-5 นาที

, , , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *