ขี้หลงขี้ลืม ความจำเสื่อม อัลไซเมอร์ ป้องกันได้ ด้วยสมุนไพรใกล้ตัว

เกร็ดความรู้ อาการขี้หลงขี้ลืมง่าย หรืออัลไซเมอร์ ถือเป็นโรคความจำเสื่อมชนิดที่รักษาไม่หาย ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า มีความเชื่อมโยง กับคราบในสมองที่เรียกว่า พลัค หรือ แทงเกิล มักเกิดขึ้นในผู้สูงอายุที่มีวัยตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป และพบในวัยที่มีอายุน้อยได้เช่นกัน ดังนั้นปัจจัยเรื่องอายุจึงไม่ใช่สาเหตุหลักของโรคอัลไซเมอร์ น่าจะอยู่ที่กระบวนการทำงานของอวัยวะในร่างกาย กรรมพันธุ์ ซึ่งอาการส่วนใหญ่ที่พบร่วมกับอาการของโรคอัลไซเมอร์ คือ ภาวะความสับสน เครียด หงุดหงิดง่ายเพิกเฉยต่อสังคม และสิ่งต่าง ๆ รอบตัว สูญเสียความสามารถในการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ สูญเสียทักษะในการใช้ภาษา สูญเสียความทรงจำ (ระยะสั้นและระยะยาว) และอาจจะเสียชีวิตได้ในที่สุด วันนี้ UFO มีเคล็บดี ๆ มาฝาก ป้องกันโรคขี้หลงขีลืมง่าย ๆ ด้วยสมุนไพรเพิ่มความจำ

สมุนไพรเพิ่มความจำ ป้องกันโรคขี้หลงขี้ลืม อัลไซเมอร์

สมุนไพรเพิ่มความจำ ป้องกันโรคขี้หลงขี้ลืม อัลไซเมอร์

โสม สมุนไพรเพิ่มความจำ

1. โสม สารจินเซนโนไซด์ ในโสมมีสรรพคุณในการปรับสมดุลของร่างกาย ลดภาวะความตึงเครียด ลดอาการเมื่อยล้าอ่อนเพลีย ช่วยให้สมองกระปรี้กระเปร่า และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโรคต่าง ๆ

ทั้งนี้เพราะในรากโสมมีสารจินเซนโนไซด์ และซาโปนิน ซึ่งมีคุณสมบัติต่อต้านความเครียด ลดภาวะความกดดัน โดยจะกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีชีวิตชีวา อีกทั้งยังช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้อีกด้วย แต่ไม่ควรรับประทานมากเกินกว่าปริมาณที่กำหนด (0.5 ถึง 2 กรัมต่อวัน) เพราะจะเป็นอันตรายต่อระบบประสาทและหลอดเลือดสมองได้

ที่สำคัญจากผลการวิจัยพบว่า โสมมีคุณสมบัติด้านการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความชรา ป้องกันความเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อเซลล์ก่อนเวลาอันควร และป้องกันภาวะโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ได้อีกด้วย

แปะก๊วย สมุนไพรเพิ่มความจำ

2. แปะก๊วย ประกอบไปด้วยตัวยาสำคัญ 2 กลุ่มคือ กลุ่มฟลาโวนอยด์ มีสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ และสารเคมีในกลุ่มเทอปีน แลคโตน ซึ่งประกอบไปด้วยสารสำคัญ 2 ชนิดและมีบทบาทสำคัญในการเสริมความจำ ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคสมองเสื่อม โดยจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ไปเลี้ยงสมองมากขึ้น ช่วยลดความเข้มของเลือด

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการรับประทานแปะก๊วยกันอย่างแพร่หลาย ทั้งในรูปแบบสมุนไพรแคปซูล เครื่องดื่มสกัดผสมโสม หรือนำแปะก๊วยมาต้มกับน้ำขิง หรือต้มกับน้ำรากบัว เป็นต้น

พริกไทยดำ สมุนไพรเพิ่มความจำ

3. พริกไทย เป็นพืชสมุนไพรมีรสร้อน ที่ปรากฏอยู่ในรูปของอาหารและตำรับยาสมุนไพรมากที่สุด ซึ่งจากการค้นคว้าตำรายาแผนโบราณจะพบว่า คนโบราณมักใช้พริกไทยร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ในการเสริมพลังการรักษาโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะช่วยรักษาอาการปวดท้อง ช่วยย่อยอาหาร ช่วยในการขับลม ขับเหงื่อ ถอนพิษไข้ รักษาโรคมะเร็ง ลำไส้ และอัลไซเมอร์

ทั้งนี้ในพริกไทยจะมีสารพิเพอรีน ที่ช่วยในการกระตุ้นระบบย่อยอาหาร ทำหน้าที่ย่อยไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และยังช่วยในการดูดซึมธาตุอาหาร ซีลิเนียม วิตามินบี เคอร์คูมิน และเบต้าแคโรทีน ช่วยทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสารสื่อประสาทในสมอง ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย หายเครียด และนอนหลับสบาย

การรับประทานพริกไทยสามารถรับประทานได้ง่าย ๆ ในรูปแบบของสมุนไพรพริกไทยแคปซูลที่มีจำหน่ายทั่วไป และในรูปของการนำมาใช้ปรุงอาหาร และเครื่องดื่ม ซึ่งจะทำให้ได้คุณค่าทางอาหารและช่วยต้านโรคได้เช่นกัน

ขมิ้น สมุนไพรเพิ่มความจำ

4. ขมิ้น ถือเป็นยาอายุวัฒนะชนิดหนึ่ง ซึ่งอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มของเคอร์คูมินอยด์ ที่มีสรรพคุณในการป้องกันและรักษาโรคได้หลายชนิด เช่น เคล็ดขัดยอก บวม รักษาแผลสด อาการพิษในกระแสเลือด แก้โรคกระเพาะบรรเทาอาการท้องอืด จุกเสียด แน่นท้อง รักษาอาการอักเสบ และโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น เบาหวานมะเร็ง รวมไปถึงอัลไซเมอร์

การรับประทานขมิ้นทำได้ไม่ยาก เพราะในชีวิตประจำวันคนไทยนิยมใช้ขมิ้น เป็นส่วนประกอบของการทำเครื่องแกงในการปรุงอาหารอยู่แล้ว โดยเฉพาะอาหารทางภาคใต้ เช่น แกงเหลือง แกงไตปลา แกงส้ม แกงคั่ว ข้าวหมกไก่ ทำให้อาหารมีสีเหลืองสวยน่ารับประทาน แถมยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย

ใบบัวบก สมุนไพรเพิ่มความจำ

5. ใบบัวบก เนื่องจากใบบัวบกมีสารประกอบทางเคมี ที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด เช่น วิตามิน B1 B2 B6 วิตามิน A วิตามิน K ธาตุโซเดียม แมกนีเซียม แคลเซียม ซึ่งเป็นสาระสำคัญในการออกฤทธิ์ต้านการอักเสบของบาดแผลได้อีกด้วย

นอกจากนี้สารเคมีในใบบัวบกยังออกฤทธิ์เช่นเดียวกับใบแปะก๊วย คือช่วยในการบำรุงสมอง เสริมสร้างความจำในผู้สูงอายุ ลดโอกาสการเป็นโรคอัลไซเมอร์ และยังมีผลต่อสติปัญญาหรือความฉลาดของคนเราอีกด้วย โดยจะส่งเสริมการทำงานของสารกาบา ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทช่วยรักษาสมดุลให้กับสมองและจิตใจ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายหลับง่ายขึ้น

วิธีการในการรับประทานใบบัวบกในรูปของสมุนไพรคือ นำใบบัวบกทั้งต้นมาคั้นด้วยเครื่องแยกกากแยกน้ำ แล้วนำมาดื่มสด ๆ หรืออาจนำไปแช่เย็นสักครู่ และเติมน้ำเชื่อมเล็กน้อย เพื่อช่วยให้มีรสหวานรับประทานง่าย แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เนื่องจากใบบัวบกมีฤทธิ์เป็นยาเย็น จะทำให้ร่างกายเสียสมดุลธาตุได้ ซึ่งขนาดที่เหมาะสมที่สุดในการรับประทานคือไม่ควรเกินวันละ 50 ml

สมุนไพรเพิ่มความจำ การปฏิบัติตัวเมื่อเริ่มมีอาการ

การปฏิบัติตัวเมื่อเริ่มมีอาการ

ปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้รักษาอาการโรคอัลไซเมอร์ให้หายขาดได้ การรักษาทั่วไปจึงเป็นเพียงการชะลอโรค หรือประคองร่างกายผู้ป่วยให้อยู่ได้อย่างปกติสุขเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามในทางการแพทย์เชื่อว่า อัลไซเมอร์สามารถป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคได้ ด้วยวิธีการรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ มีคุณค่าและครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ การกระตุ้นสมรรถภาพทางจิตใจ รวมไปถึงกระตุ้นสมรรถภาพทางร่างกายด้วย การออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่น

1. รับประทานอาหารในกลุ่มเมดิเตอร์เรเนียน ได้แก่ ผักใบเขียว ผักหลากสี ผักตระกูลกะหล่ำ ผลไม้นานาชนิด ขนมปังข้าวสาลี ธัญพืชต่าง ๆ น้ำมันมะกอก เนื้อปลา และไวน์แดง เป็นต้น

2. รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 3 วิตามินบี 12 วิตามินซี และกรดโฟลิก ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างสารสื่อประสาท และเสริมสร้างการทำงานของเซลล์สมอง

3. หมั่นทำกิจกรรมที่สร้างเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบประสาทและสมอง เช่น การอ่านหนังสือ การเล่นดนตรีการคำนวณตัวเลขโดยการใช้ลูกคิด การเล่นหมากรุก รวมถึงการเล่นเกมปริศนาอักษรไขว้ การทายปัญหาเชาว์ เป็นต้น

4. ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง และเบาหวาน ด้วยการควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด งดสูบบุหรี่และดื่มสุรา ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะนำไปสู่โรคอัลไซเมอร์ได้ในที่สุด

5. หมั่นฝึกฝนทักษะในการใช้ภาษาอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการฝึกฟังพูด อ่าน และเขียน ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่าผู้ที่มีความสามารถในการใช้ภาษาได้ตั้งแต่สองภาษาขึ้นไป มีโอกาสในการเป็นโรคอัลไซเมอร์น้อยกว่าผู้ที่ไม่มีความสามารถในการใช้ภาษา หรือมีทักษะในการใช้ภาษาน้อยกว่า 2 ภาษา

6. หลีกเลี่ยงการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเคมี โลหะหนัก หรือการทำงานที่เกี่ยวข้องกับสนามแม่เหล็ก โดยเฉพาะ อลูมิเนียม ตะกั่ว หรือตัวทำลายโลหะหนักเหล่านี้ เพื่อป้องกันเซลล์สมองถูกทำลาย

, , , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *