คุณประโยชน์ของอะโวคาโด ผลไม้เพื่อสุขภาพ

เกร็ดความรู้ อะโวคาโด เป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเม็กซิโก อะโวคาโดเป็นไม้ยืนต้น ที่ใช้ผลเพื่อรับประทานกันมานานแล้ว ในอเมริกาและยุโรป เนื่องจากมีคุณค่าทางสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ แต่ในประเทศไทยไม่เป็นที่นิยมกันมากนัก เนื่องจากประเทศไทยของเรานั้นมีผลไม้อยู่หลากหลายชนิด จึงมีทางเลือกในการบริโภคผลไม้มากมาย ทั้งนี้คนไทยนิยมบริโภคผลไม้ที่มีรสหวาน กลิ่นหอมนุ่มนวล ซึ่งรสชาติและกลิ่นของอะโวคาโดไม่ได้อยู่ในความประทับใจของคนไทยเลย แต่เมื่อนำมาวิเคราะห์ถึงคุณค่าทางอาหาร และเปรียบเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น ๆ แล้ว พบว่าอะโวคาโดนั้นมีคุณค่าทางสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย มากกว่าผลไม้ชนิดอื่น จึงถือว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ

อะโวคาโด สุดยอดผลไม้ เพื่อสุขภาพ

อะโวคาโด สุดยอดผลไม้ เพื่อสุขภาพ

1. อะโวคาโด ประกอบไปด้วยเถ้า ที่เต็มไปด้วยแคลเซียม เหล็ก โพแทสเซียม แมกนีเซียม ส่วนเนื้อประกอบไปด้วยไขมันชนิดไม่อิ่มตัวประมาณ 4- 20 % แล้วแต่ชนิดของพันธุ์โดยกรดไขมันในอะโวคาโด ร้อยละ 70 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้ มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยช่วยลดปริมาณ LDL- cholesterol ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลที่ส่งผลเสียต่อร่างกายมนุษย์นั่นเอง และอีกทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณ HDL – cholesterol ในเลือดที่เป็นคอเลสเตอรอลที่เป็นผลดีต่อร่างกาย ช่วยทำให้เกิดผลดีต่อร่างกาย ในการป้องกันรักษาโรคหัวใจ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการลดไขมันในเส้นเลือด คนที่เป็นโรคไขมันในเลือดสูง ก็สามารถบริโภคผลไม้ชนิดนี้ได้ และใช้ลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพราะมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ และมีน้ำตาลต่ำ ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน จึงสามารถบริโภคผลไม้ชนิดนี้ได้

2. น้ำมันอะโวคาโด เป็นน้ำมันสกัดจากเนื้อของผลอาโวคาโด เป็นน้ำมันที่ดูดซึมสู่ผิวหนังได้ดีที่สุด เมื่อเทียบกับน้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันอัลมอนด์ และน้ำมันมะกอก ประกอบด้วยวิตามินอี และกรดไขมัน ลิโนเลอิก และโอเลอิก ประโยชน์ของน้ำมันอะโวคาโด ใช้นวดศีรษะ เร่งการงอกของเส้นผม น้ำมันมีกลิ่นหอมคล้ายเมล็ดถั่ว คงตัวดี

  • น้ำมันอะโวคาโดที่ใช้ในการปรุงอาหาร มีส่วนช่วยให้วิตามินและสารอาหารที่ละลายในไขมัน สามารถถูกดูดซึมนำไปใช้ได้ เช่น สลัดผักจำพวกผักใบเขียว ผักโขม และส่วนมะเขือเทศ แครอท ที่ใช้น้ำมันสลัดที่ปราศจากไขมัน จะทำให้แคโรทีนอยด์ ที่ละลายในไขมันซึ่งอยู่ในพืชผักเหล่านี้ ไม่สามารถถูกดูดซึมนำไปใช้ได้ และไขมันที่อยู่ในอะโวคาโดช่วยในการดูดซึมแคโรทีนอยด์ที่ช่วยต่อต้านโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ
  • คุณประโยชน์ของอะโวคาโด

3. อะโวคาโดให้วิตามินสูง ประกอบไปด้วยวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา วิตามินบี ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา โรคปากนกกระจอก วิตามินซี ป้องกันหวัด เลือดออกตามไรฟัน โดยเฉพาะวิตามินอี ซึ่งเป็นสาร antioxidant ที่มีคุณค่าในการปกป้องเซลล์ในร่างกาย จากมลพิษทางอากาศน้ำและอาหาร ป้องกันร่างกายจากโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ และโรคหัวใจในผู้ใหญ่ควรบริโภควิตามินอีอย่างน้อย 10 มิลลิกรัมต่อวัน

ผู้หญิงในอเมริกาใต้และเม็กซิโก ใช้ผลโวคาโดสดสำหรับบำรุงเส้นผมและผิวพรรณมานับพันปีแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแห้ง ให้นำอะโวคาโดมาบดผสมกับกล้วยสุก และน้ำผึ้ง โดยอัตราส่วน 1 : 1 : 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากันแล้วทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออก คุณก็จะมีผิวพรรณที่ชุ่มชื่น มีชีวิตชีวา และยังใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญเพื่อการสกัดน้ำมันในอุตสาหกรรมทำเครื่องสำอางประทินผิวต่าง ๆ

4. อะโวคาโดอุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกาย คือ โซเดียม โพแทสเซียม โฟเลต ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอล โดยเฉพาะโฟเลตนั้น เป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับหญิงที่ตั้งครรภ์ เนื่องจากโฟเลตเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและสร้างเนื้อเยื่อของทารก คนไทยสมัยก่อนใช้กล้วยเป็นอาหารเลี้ยงเด็กทารก อะโวคาโดก็เช่นกัน สามารถใช้เป็นอาหารเลี้ยงเด็กทารกได้ โดยอาจจะใช้เนื้ออะโวคาโดสุกป้อนเด็กทารก โดยตรงหรือผสมกับกล้วยน้ำว้าสุกอัตราส่วน 1 : 1

5. อะโวคาโดให้โปรตีนสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ ประมาณ 0.8 ถึง 1.7% โดยค่าพลังงานความร้อนต่อร่างกายสูง มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่ำ โปรตีนที่ย่อยง่าย มีเส้นใยสูง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการขับถ่าย

  • ได้รู้ถึงคุณประโยชน์ของอะโวคาโดที่มากมายขนาดนี้แล้ว หวังว่าคนไทยจะหันมานิยมบริโภคอะโวคาโดกันให้มากขึ้นนะคะ
, , , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *