แอบรัก เรื่องธรรมดาที่ใคร ๆ ก็เคยเจอ

เกร็ดความรู้ หากถามว่า เมื่อครั้งวัยรุ่นมีใครเคยผ่านช่วงเวลาของการแอบรัก แอบชอบใครสักคนบ้าง เชื่อแน่ว่าเกือบทุกคนคงเคยพยักหน้ายอมรับ ว่าเคยมีด้วยความรู้สึกนั้นแต่จะมากหรือน้อยนั้น ต่างคน ต่างความรู้สึก ต่างสถานการณ์กันไป หรือใครที่บอกว่าไม่เคยแอบชอบ แต่เชื่อว่าคุณต้องเคยมีเพื่อนสนิทมาปรึกษากันบ้างจริงไหมคะ โดยมากแล้วการแอบชอบนั้น มักเริ่มจากความประทับใจ หรือถูกใจบางสิ่งบางอย่างของใครคนนั้น อาจจะเป็นรูปร่าง หน้าตา บุคลิก ลักษณะนิสัย หรือแม้กระทั่งฐานะทางการเงิน หรือฐานะทางสังคม

แอบรัก เป็นรสนิยมหนึ่งของความรัก

แอบรัก เป็นรสนิยมหนึ่งของความรัก ไม่มีข้อกำหนดว่าถูกหรือผิด

การที่เราแอบรักใครสัก มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แตกต่างจากการมีแฟนหรือคนรัก เรามีความสุขได้โดยไม่มีเหตุผล การแอบชอบ เป็นแรงส่งให้เราอยากทำสิ่งต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าเป็นการทำงาน การเรียน หรือเรื่องอื่น ๆ ให้ดีขึ้น เพื่อที่จะให้ใครคนนั้นเห็นเราอยู่ในสายตา ขอเพียงได้เจอหน้าเขาแค่นี้หัวใจก็พองโตแล้ว แต่การแอบรัก เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นทุกคนในโลกนี้ บางคนก็สมหวัง บางคนก็ผิดหวัง ไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ใจต้องการ

แอบรัก แอบชอบไปแล้ว ต้องทำอย่างไร

แอบชอบไปแล้ว ต้องทำอย่างไร

แม้การแอบชอบถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ เรื่องธรรมดาที่ใครต่อใครก็ล้วนเคยผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมา แต่แง่มุมของความรู้สึก ที่ไม่อาจจบลงเพียงการแอบชอบอยู่อย่างนั้น เพราะคำถามที่ตามมาคือทำอย่างไรเมื่อชอบเขาหรือเธอไปแล้ว

สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกคือ ควรประเมินสำรวจความรู้สึกของตนเองก่อน ว่าความชอบอยู่ที่ระดับไหน ชอบแบบปลื้มดารา หรือชอบแบบอยากให้เขาหรือเธอมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต มาเป็นพ่อหรือแม่ของลูก จงวัดจากระดับความสนใจของตัวเองให้ดี จากนั้นให้ประเมินระดับความสัมพันธ์ ว่าสนิทชิดเชื้อกันมากแค่ไหน มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะเปลี่ยนสถานะจากคนรู้จัก มาเป็นคนรู้ใจ

การประเมินนี้ เพื่อให้เราสามารถทบทวนได้ว่า จะทำอะไรต่อไปหากเราไม่ต้องการเปลี่ยนสถานะ เพราะสบายใจที่จะแอบชอบอยู่อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องมีการบอกให้เขาหรือเธอรับรู้ ชอบแบบตามส่องเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ก็ไม่ผิดอะไร ขอเพียงแค่ให้คุณ ซื่อสัตย์กับใจตนเองก็พอ

สำหรับใครที่อยากพัฒนาความสัมพันธ์ให้ก้าวต่อไปอีกขั้น ไม่อยากเป็นแค่คนที่เดินสวนกันแต่อยากเป็นคนรู้จัก ที่พัฒนาเป็นเพื่อนและต่อเนื่องไปถึงการเป็นแฟน หรือพัฒนาจากคนรู้จักกลายเป็นคนรัก สิ่งสำคัญในการเลื่อนขั้นความสัมพันธ์คือ ความกล้า หลายคนขาดสิ่งนี้ซึ่งทำให้พลาดโอกาสดี ๆ ไป หากคุณกล้ารักก็ต้องกล้ารุก เพราะโอกาสมีมาเพียงแค่ครั้งเดียวถ้าเสียเขาให้กับคนอื่นไปแล้ว คุณอาจจะเสียใจไปตลอดก็เป็นได้ หรือถ้าหากไม่เสียใจ ก็นับเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ก็เชื่อเถอะว่าคนส่วนใหญ่มักเสียใจในภายหลัง เมื่อทำให้โอกาสนั้นผ่านไปเลย ก็ทำได้เพียงเฝ้าถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่า “ทำไมตอนนั้นไม่บอกรักไป”

ผลลัพธ์ของความกล้าคือความชัดเจน แนวทางความรู้สึก ที่ทำให้เราไม่ต้องยืนงงเพียงลำพัง และได้รู้ว่าจะทำอย่างไรกับความรู้สึกนี้ต่อไป จะชอบเขาต่อหรือหาคนใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม

แอบรัก ความรักตามหลักจิตวิทยา

ความรักตามหลักจิตวิทยา

โรเบิร์ต สเติร์นเบิร์ก (ค.ศ. 1986) เสนอทฤษฎีเกี่ยวกับความรัก ชื่อว่าทฤษฎีสามเหลี่ยมความรัก (Triangular theory of love) โดยอธิบายธรรมชาติและรูปแบบของความรัก ว่ามี 3 องค์ประกอบสำคัญคือ

1. ความใกล้ชิด (intimacy) เป็นองค์ประกอบด้านอารมณ์ เกิดจากความรู้สึกของความใกล้ชิด ความเชื่อมโยงและความผูกพันในความรู้สึก มีความไว้วางใจ เอื้ออาทรต่อกันและกัน ซึ่งจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ตามระยะเวลาของความสัมพันธ์และความสนิทสนม

2. ความเสน่หา (passion) องค์ประกอบด้านแรงจูงใจ นำไปสู่ความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เกิดจากแรงขับภายในระบบของร่างกาย การดึงดูดทางกายภาพ หรือความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นทางสรีระทางเพศ รวมถึงสิ่งเร้า และรูปแบบอื่น ๆ ที่นำไปสู่ประสบการณ์ และเพิ่มความหลงใหลในความสัมพันธ์

3. ความผูกมัด (commitment) เป็นการตัดสินใจว่าจะรัก หรือมีพันธะทางใจ หรือทางสังคมกันในระยะยาวต่อไป รวมถึงมุ่งมั่นที่จะรักษาความรัก ที่มีเกิดเป็นความรับผิดชอบในพันธะที่ตกลงต่อกัน ซึ่งจะมีเพิ่มขึ้นเมื่อมีความสนิทสนมกันมากขึ้น และเปลี่ยนไปตามระดับความพอใจของในแต่ละช่วงเวลา หากมีปัญหายุ่งยากในความสัมพันธ์ระหว่างกันการรับพันธะผูกพันอาจจะลดระดับลง

จากทฤษฎีข้างต้นจะเห็นได้ว่าความชอบที่จะสำเร็จผลได้นั้น องค์ประกอบหนึ่งมาจากความใกล้ชิด เรียนรู้กันและกัน ดังนั้นหากเทียบเคียงตามหลักทฤษฎีนี้ การได้ใกล้ชิดและสร้างความผูกพัน จะสามารถพัฒนาความรู้สึกที่ลึกซึ้งได้มากยิ่งขึ้นและผูกมัดกันในที่สุด

สถานะแอบรัก

สถานะแอบรัก

บางคนอาจบอกว่า อยากจะคงสถานะเดิมไว้คือขอเป็นเพียงคนที่แอบรัก โดยไม่ต้องการแสดงออกให้เขาหรือเธอรับรู้แต่อย่างใด เพราะสถานะนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ข้อควรรู้ของผู้ที่ต้องการคงสถานะแอบรักนี้ มีดังต่อไปนี้

1. หวังไม่ได้ ความหวังจะนำมาซึ่งความต้องการ และหากเราไม่ได้ตามที่หวังนั้น ความรู้สึกของเรายอมจบลงที่ความผิดหวัง เสียใจ ต้องรู้จักเผื่อใจไว้เจ็บปวด แล้วกล้าที่จะก้าวเดินต่อไป

2. ไม่ใช่เจ้าของ ควรท่องจำให้ขึ้นใจ นอกจากจะหวังไม่ได้แล้วยัง ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของไม่ได้อีกด้วยนะคะ เพราะเขาเป็นแค่คนที่เราแอบชอบ ไม่ได้มีความสัมพันธ์อย่างอื่นกับเราเสียหน่อย

3. อย่ามโน หลายคนมีความเป็นกันเองสูงมาก เข้าถึงง่าย แล้วคนแบบนี้มักจะเป็นคนที่ทำให้คนอื่นแอบชอบได้ง่าย แถมทำให้คิดไปเองได้อีกด้วย ว่าเขามีใจ ดังนั้นอย่าคิดไปเองถามไปตรง ๆ เลยจะดีกว่า เพราะความชัดเจนเป็นสิ่งที่จำเป็น

4. เป็นตัวของตัวเอง อย่าได้เปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ใครหันมาสนใจหรือชอบพอ เพราะหากวันหนึ่งที่ได้รู้จักกันจริง ๆ แล้วไม่ใช่อย่างที่เคยแสดงออก มันก็ไม่ต่างจากการหลอกลวงกันเลยจริงไหม

เพลงแอบรักตามยุคตามสมัย

หากย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อน เพลงรักแสนหวานเพลงหนึ่งของวงแกรนด์เอ็กซ์ อย่างเพลง “รักในซีเมเจอร์” พ.ศ 2526 บอกเล่าเรื่องราวการแอบรัก ด้วยเนื้อเพลงว่า “แอบรักเธออยู่ในใจ เก็บหัวใจไว้ให้เธอ วันทั้งวันฉันมองเหม่อ คิดถึงเธอทุกเวลา เธอเหมือนฉันหรือเปล่า รักคราวแรกแปลกหนักหนา สุข ๆ ซึ้ง ๆ สองสายตาประสานหวานเสียจริง” แค่อ่านเนื้อเพลงก็จินตนาการได้ถึงเสียงหวาน ๆ ที่ลอยเข้าหูไปแล้ว การแอบรักตามเนื้อเพลงนี้จบที่ความหวังว่า “ใจฉันยังหวังเธอยิ่ง ขอรักจริงรักเพียงเธอ”

เมื่อกระทั่งพ.ศ. 2561 มีเพลงฮิตที่ร้องและเต้นตามกันไปได้ทุกเพศทุกวัยอย่างเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” ของวง BNK48 ที่แปลมาจากเพลงของวงรุ่นพี่ที่ประเทศญี่ปุ่นวง AKB48 เนื้อเพลงท่อนหนึ่งว่า “แอบมองเธออยู่นะจ๊ะแต่เธอไม่รู้บ้างเลย แอบส่งใจให้นิดๆแต่ ดูเธอช่างเฉยเมย เอาล่ะเตรียมใจไว้หน่อย มันจะหัวก้อยต้องเสี่ยงกัน” เพียงเท่านี้ก็รู้ว่ากำลังแอบชอบแอบมองเขาอยู่ แต่ความรักเป็นเรื่องไม่แน่นอน สุดท้ายแล้วจะสำเร็จหรือไม่คงไม่มีใครสามารถบอกได้ ต้องพึ่งคุกกี้เสี่ยงทายเดาคำตอบของหัวใจเขาหรือเธอ

บทเพลงที่ได้รับความนิยมในแต่ละยุคแต่ละสมัย สะท้อนให้เห็นแนวคิดหรือทัศนะคติของผู้คนได้ดี หากลองย้อนฟังเพลงในอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าของประเทศใดก็ล้วนแล้วแต่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักและการแอบชอบแอบรักเป็นปกติ เพียงแค่มีวัฒนธรรมที่ต่างกันเป็นตัวกำหนดว่าสามารถแสดงออกได้มากน้อยเพียงใด แต่เรื่องแอบรักถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ใคร ๆ ก็ต้องพบเจอจริง ๆ

แอบรัก 8 สัญญาณสื่อว่าเขาหรือเธอแอบชอบคุณ

8 สัญญาณสื่อว่าเขาหรือเธอแอบชอบคุณ

1. สนใจในสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะเราคือคนสำคัญเขาเลยใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารที่ชอบ หรือวันสำคัญในชีวิต เขาจะกระตือรือร้นมากกว่าปกติอยู่เสมอ นั่นเป็นวิธีที่สื่อให้รู้ว่าเขาชอบคุณยังไงล่ะ

2. ให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของคุณ เพราะเขาสนใจจึงใส่ใจในเรื่องต่าง ๆ ของคุณ รวมไปถึงต้องการเรียนรู้มุมมอง ความสนใจของคุณด้วยเช่นกัน

3. เขาอยากรู้เรื่องราวของคุณเป็นพิเศษ อยากรู้จัก อยากสร้างความประทับใจ รวมถึงอยากรู้ความเป็นไปในชีวิต ให้ความห่วงใย และอยากเป็นส่วนหนึ่งของกำลังใจที่มอบแก่คุณ

4. เปิดเผยตัวตน ถ้าเขาชอบคุณ เขายอมเปิดเผยตัวเองในหลาย ๆ ด้าน กล้าตอบคำถามในสิ่งที่เราอยากรู้ เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่น่าเชื่อถือและได้รับการวางใจ

5. กล้าแนะนำ ถ้าเขาจริงใจ ย่อมกล้าเปิดเผยให้คนรอบข้างได้รู้จักคุณ ไม่ว่าจะแนะนำคุณกับเพื่อนหรือครอบครัว หากเขาชอบคุณแบบคนพิเศษ เขาต้องอยากให้คุณรู้จักกับคนใกล้ชิดเป็นแน่

6. พยายามช่วยเหลือ นอกจากจะพยายามเข้าหาแล้วสิ่งหนึ่งที่เขามักทำคือ พยายามเป็นผู้ช่วยเหลือ เพราะนั่นทำให้เรารู้สึกว่าเขาเป็นคนที่พึ่งพาได้ และนั่นจะยิ่งสร้างความประทับใจ

7. พยายามสร้างความประทับใจ แม้ว่าบางครั้งสิ่งที่เขาทำอาจแปลก ๆ และไม่เข้าท่าในสายตาของคุณ แต่เชื่อเถอะว่าความพยายามของเขาต้องแอบเข้าตาคุณบ้างล่ะ

8. การสนับสนุนและโต้แย้ง หากเขาชอบคุณจริง ย่อมต้องมีแต่ความหวังดีมอบให้ กล้าสนับสนุนสิ่งที่ดี ๆ กล้าโต้แย้งในสิ่งที่ไม่เหมาะสมเช่นกัน

การแอบรัก แอบชอบ ไม่ใช่เรื่องแปลก หากแต่เป็นรสนิยมหนึ่งของความรักก็เท่านั้น เพราะสุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับความสุขของเจ้าของความรู้สึกสุขหรือทุกข์กับการแอบรักหรือไม่แอบมากกว่า บางคนสบายใจที่จะได้แอบชอบและอยู่เคียงข้างเขาแบบนี้ไปเรื่อย ๆ บางคนสุขล้นใจจนต้องบอกออกไปว่ารัก เรื่องนี้ไม่มีข้อกำหนดว่าแบบไหนถูกหรือผิด ขอเพียงแค่คนซื่อสัตย์กับความรู้สึกและความต้องการของหัวใจ นั่นต่างหากเป็นสิ่งที่สำคัญ

, , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *