แอสไพริน ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด กินทุกวันดีจริงไหม

เกร็ดความรู้ แอสไพริน เป็นยาแก้ปวดแก้ไข้ที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณกาล ตัวยามีฤทธิ์ต้านการทำงานของเกร็ดเลือด ไม่ให้เลือดแข็งตัวอุดตันหลอดเลือดที่ตีบ จึงมีการนำไปใช้ในการรักษาคนไข้ที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด หรือโรคสมองขาดเลือด (อัมพฤกษ์อัมพาต) แต่ในสมัยหลัง ๆ นี้มีแนวคิดในการใช้แอสไพรินเพื่อป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดในคนไข้ที่ยังไม่เป็นโรคอีกด้วยแนวคิดนี้มีการถกเถียงกันมากในทางวิชาการแพทย์ บางคนจึงแนะนำบ้างและไม่แนะนำบ้าง เนื่องจากพบว่ามีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงอยู่มากเช่นกัน แต่แอสไพรินไม่ได้มีผลดีเพียงอย่างเดียว ผลเสียนั่นคือทำให้เลือดออกง่าย เช่น เลือดออกในสมองตกเลือดในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ หรืออาจจะรุนแรงถึงตายได้

ประโยชน์ของแอสไพริน กินอย่างไรให้ปลอดภัย

ประโยชน์ของแอสไพริน กินอย่างไรให้ปลอดภัย

ในรายงานวารสาร JAMA ระบุว่า เมื่อพิจารณาข้อมูลทั้งหมดแล้วที่ค้นพบในวารสารนั้น เมื่อนำมาชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบกันดูแล้วพบว่า ผลทางด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดมีผลดีพอประมาณ แต่ถูกต้านด้วยผลเสียเท่า ๆ กันคือการตกเลือด ในวารสาร JAMA นี้เป็นขั้นตอนการศึกษาแบบทบทวนย้อนหลัง โดยการใช้รายงานล่าสุด 10 รายงาน ซึ่งมีจำนวนคนไข้ 164,000 คนเฉลี่ยอายุ 62 ปี เปรียบเทียบคนที่กินแอสไพรินกับคนที่ไม่ได้กินพบว่ามีผลดีกับผลเสียพอ ๆ กัน ในรายงานได้อธิบายว่าคน 10,000 คนไม่มีโรคหัวใจขาดเลือดและไม่ได้กินแอสไพรินป้องกันในระยะเวลา 1 ปีจะมี 61 คนในกลุ่มนี้เกิดโรคหัวใจขาดเลือดเปรียบเทียบกับ 10,000 คน ที่กินแอสไพรินเพื่อป้องกันเป็นระยะเวลา 1 ปีจะมี 57 คนที่เกิดโรคหัวใจขาดเลือดหรือโรคสมองขาดเลือด จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกันเพียง 4 ราย ถึงแม้ว่าตัวเลขจะแตกต่างกันไม่มากนัก แต่ก็จัดได้ว่าเป็นโรคที่มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นโรคที่ร้ายแรงที่มีผู้ป่วยด้วยโรคนี้เป็นจำนวนมาก ทางองค์การอนามัยโลก มีสถิติระบุว่าโรคหัวใจขาดเลือดนั้นเป็นโรคที่ร้ายแรงที่ฆ่าชีวิตคนทั่วโลกไปแล้ว โดยในแต่ละปีมีคนตายด้วยโรคนี้มากถึง 17.9 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของการตายทั้งหมด

แอสไพริน เป็นยาแก้ปวด แก้ไข้

ข้อเสียของการกินแอสไพริน

คือ การมีเลือดออกในกะโหลกหรือในสมอง และการตกเลือดในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ ในคนที่ไม่กินแอสไพริน 100 คนจะพบปัญหานี้ 16 คน และในขณะคนที่กินแอสไพรินจะพบปัญหานี้ 23 คน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือเกิดเหตุการณ์ตกเลือดมากกว่า 7 ราย ในคนที่กินแอสไพรินซึ่งนับว่าเป็นจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นของในแต่ละปีถึงแม้ว่าจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์การเกิดเพิ่มไม่มากนักก็ตาม

Jeremy Pearson ผู้เชี่ยวชาญจาก British Health Foundation กล่าวว่าการศึกษาแบบทบทวนวารสาร ย้อนหลังนี้ทำให้เราได้รับการอัพเดทข้อมูล แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนความเข้าใจในเรื่องนี้ มันเป็นการยืนยันความจริงที่ว่าโดยเฉลี่ยแล้วการกินแอสไพรินในคนที่ไม่มีโรค ผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นจึงเกิดเป็นการดีกว่า ที่จะไม่แนะนำแอสไพรินให้คนที่ไม่เป็นโรค

ข้อเสียของการกินแอสไพริน

Sean Zheng แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ จาก King’s College Hospital และเป็นหัวหน้าทีมผู้เขียนรายงานข้างต้นในวารสาร JAMA กล่าวว่า ประชาชนทั่วไปอาจจะยังไม่ทราบว่า การกินยาแอสไพรินนั้นถึงแม้จะมีขนาดต่ำ ก็ล้วนแต่มีความเสี่ยง และเขากล่าวเสริมอีกว่าในความเห็นของผม ไม่มีข้อบ่งชี้ในการกินแอสไพรินเป็นประจำเพื่อป้องกันโรค ในคนที่สุขภาพดีอาจเป็นเพราะว่าแอสไพรินหาซื้อง่าย โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์และชื่อ “เบบี้แอสไพริน” อาจทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดว่าขนาดเล็กจิ๊บ ๆ จึงหน้าปลอดภัย

ในรายงานดังกล่าว ยังมีการค้นคว้าลงลึกถึงประโยชน์อื่น ๆ ของแอสไพรินอีกด้วย คือ เกี่ยวกับการป้องกันมะเร็ง โดยพบว่าไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างการกินแอสไพริน และอัตราการตายจากมะเร็ง ผู้ศึกษาพบว่ารายงานที่สรุปว่าแอสไพรินสามารถช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งได้ 15% เมื่อตรวจติดตามเป็นเวลา 5 ปี แต่เมื่อทำการทดลองอีกครั้งในคนไข้จำนวน 500 คนและติดตามนาน 7 ปี กลับไม่พบตัวเลขดังกล่าวในผลการศึกษาที่ลงในวารสาร JAMA นี้ สรุปได้ว่าไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างการกินแอสไพรินกับอุบัติการณ์ของมะเร็ง คือ ไม่สามารถป้องกันมะเร็งได้นั่นเอง

แอสไพริน ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด

ปัจจุบันในเมืองไทยมีคนไข้ที่กินแอสไพรินเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในคนไข้ที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด แต่บางคนที่ไม่เป็นโรคก็กินแอสไพรินเพื่อป้องกันโรคตามคำแนะนำแบบเก่า เวลาคนไข้เกิดผลข้างเคียง คือ ตกเลือดจนจะเป็นจะตายหมอเวชปฏิบัติทั่วไป ซึ่งมักจะเจอคนไข้เป็นคนแรก มักจะส่งคนไข้มาให้ศัลยแพทย์ เพื่อทำให้ศัลยแพทย์ได้เห็นคนไข้แบบนี้ คือคนที่ถ่ายเป็นเลือดหรือถ่ายดำ เพราะเสียเลือดในทางเดินอาหารมาก เสียแบบช้า ๆ จนซีดมาก ดูแล้วน่ากลัวหมอจึงไม่ค่อยกล้าให้ยาที่ทำให้ตกเลือดในทางเดินอาหาร รวมไปถึงแอสไพริน ยาต้านการอักเสบ

สิ่งสำคัญของเรื่องนี้ คือ ต้องเข้าใจก่อนว่าเรากำลังพูดถึงคนปกติที่ยังไม่มีโรค ว่าไม่ควรกินแอสไพรินเพื่อป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดหรือโรคมะเร็ง ถึงแม้ว่าจะกินในปริมาณที่น้อยก็ตาม

, , , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *