โรคสมาธิสั้น รู้สาเหตุ สังเกตอาการให้ดี

เกร็ดความรู้ โรคสมาธิสั้น คือ โรคที่ขาดสมาธิในการจดจ่อทำสิ่งใดให้สำเร็จ ลืมง่าย อยู่ไม่นิ่ง ไม่อดทน และหุนหันพลันแล่น โดยผู้ป่วยอาจมีอาการตั้งแต่ช่วงอายุ 3 – 6 ปี โดยอาการจะแสดงออกอย่างชัดเจนในช่วงอายุ 6 – 12 ปี โรคนี้ยังไม่ทราบสาเหตุในการเกิดที่แน่ชัด เด็กบางคนอาจมีพฤติกรรมเข้าข่ายโรคสมาธิสั้น แต่อาจเป็นเพียงพัฒนาการตามช่วงวัยเท่านั้น นอกจากนี้เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นจะยังคงเป็นต่อไปจนโตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

โรคสมาธิสั้น สาเหตุ

เด็กซุกซนตามวัย หรือเป็นโรคสมาธิสั้นกันแน่

โรคสมาธิสั้นยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นอาจเกิดจากหลายปัจจัยเหล่านี้รวมกัน

1. พันธุกรรม ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นมักมีพ่อแม่หรือญาติป่วยเป็นโรคนี้เช่นกัน

2. โครงสร้างสมอง อาจเป็นมาตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดจากการได้รับบาดเจ็บกระทบกระเทือนทางสมองตั้งแต่ในครรภ์ หรือในช่วงที่เป็นเด็กเล็ก

3. จากการสแกนสมอง คนทั่วไปเทียบกับผู้ป่วยโรคสมาธิสั้น พบว่าพื้นที่บางส่วนของสมองมีขนาดเล็กกว่าและบางส่วนก็มีขนาดใหญ่กว่าคนทั่วไป รวมทั้งขาดความสมดุลของระดับสารสื่อประสาทในสมอง

4. การตั้งครรภ์และการคลอด ผู้เป็นแม่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ใช้สารเสพติด หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ มีมลภาวะ รวมไปถึงการคลอดก่อนกำหนด และทารกมีน้ำหนักตัวแรกเกิดต่ำ

5. สภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ ผู้ป่วยอาจได้รับสารพิษและสารเคมีที่เป็นอันตรายเข้าสู่ร่างกายในขณะที่ยังเป็นเด็กเล็ก เช่น สารตะกั่ว เป็นต้น

ส่วนที่เชื่อกันว่าการดูโทรทัศน์และการเล่นวิดีโอเกมจะทำให้เด็กเป็นโรคสมาธิสั้นนั้นยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัด แต่การดูรายการโทรทัศน์หรือการเล่นเกมจะตอบสนองต่อความต้องการของเด็กสมาธิสั้น อย่างไรก็ตามการให้เด็กดูโทรทัศน์ เล่นเกม หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างพอดีย่อมเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการเลี้ยงดูเด็ก

อาการของโรคสมาธิสั้น

อาการของโรคสมาธิสั้น

อาการของโรคสมาธิสั้นอาจยังคงอยู่ตลอดไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ โดยรูปแบบอาการอาจเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามวัย การแสดงพฤติกรรมของโรคสมาธิสั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบหลัก คือ การขาดสมาธิในการจดจ่อหรือตั้งใจทำสิ่งใด และการอยู่ไม่นิ่งมีความหุนหันพลันแล่น โดยเด็กอาจมีพฤติกรรมรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง หรือปรากฏพฤติกรรมทั้ง 2 รูปแบบรวมกัน

อาการที่พบในเด็กและวัยรุ่น ด้านการขาดสมาธิจดจ่อตั้งใจ

1. ไม่ตั้งใจฟัง ไม่สนใจในขณะที่มีคนพูดด้วย

2. ไม่ทำอะไรไปตามขั้นตอน ชอบทำอะไรง่าย ๆ รวบรัด

3. ไม่ชอบทำอะไรเป็นเวลานาน ๆ มักเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอย่างอื่นแทน

4. ไม่ชอบเรียนรู้เรื่องที่ต้องใช้เวลา

5. มองข้ามเรื่องสำคัญ ไม่ใส่ใจรายละเอียด จนเกิดความผิดพลาดบ่อย ๆ

6. มักลืมอุปกรณ์เครื่องใช้หรือสิ่งของจำเป็น

7. มักลืมสิ่งที่ต้องทำหรือสิ่งที่ได้รับมอบหมาย

8. วอกแวกง่ายเมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้น หรือมีความคิดอื่นมากระตุ้นในขณะทำกิจกรรมใด ๆ อยู่

9. จัดลำดับความสำคัญไม่เป็น เรียงลำดับสิ่งที่ควรทำก่อนหลังไม่ได้

10. บริหารจัดการเวลาได้ไม่ดี ไม่สามารถทำงานเสร็จตามกำหนดการ

11. หลีกเลี่ยงและไม่ชอบงานที่ต้องใช้ความพยายามมาก ๆ

12. มีปัญหากับการทำงานตามกำหนด กฎระเบียบหรือกรอบคำสั่ง

วิธีการรักษาโรคสมาธิสั้น

ด้านการตื่นตัว อยู่ไม่นิ่ง และหุนหันพลันแล่น

1. พูดมาก พูดไม่หยุด

2. นั่งนิ่งอยู่กับที่นาน ๆ ไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ในเงียบสงบ

3. ว่องไว เคลื่อนไหวรวดเร็ว ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

4. มีปัญหาเกี่ยวกับการรอ ไม่ชอบการรอคอย

5. ลุกออกจากที่นั่งบ่อย ๆ ในสถานการณ์ที่ควรนั่ง

6. ลุกลี้ลุกลน กระสับกระส่าย

7. ไม่สามารถทำกิจกรรมได้เงียบ ๆ ตามลำพัง

8. พูดโต้ตอบสวนขึ้นมาในขณะที่อีกฝ่ายยังพูดหรือถามไม่จบ

9. พูดแทรกหรือรบกวนในขณะที่ผู้อื่นกำลังพูดหรือทำกิจกรรมใด ๆ อยู่

โรคสมาธิสั้น อาการที่พบในผู้ใหญ่

โรคสมาธิสั้น อาการที่พบในผู้ใหญ่

1. ประมาทเลินเล่อ ขาดความใส่ใจในรายละเอียด

2. ขี้หลงขี้ลืม

3. ร้อนรน กระสับกระส่าย อยู่ไม่สุข

4. อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย

5. ใจร้อน ไม่มีความอดทน

6. ใช้ชีวิตบนความเสี่ยง ประมาท ขับรถเร็ว

7. ไม่สามารถจัดการกับความเครียดได้ หรือจัดการได้ไม่ดี

8. ชอบพูดโพล่งออกมา ไม่ชอบการทนอยู่เงียบ ๆ

9. พูดแทรก ไม่รอให้ถึงจังหวะหรือลำดับของตนเอง

10. มักทำงานผิดพลาดอยู่เสมอ

11. มีปัญหาเรื่องการจัดการ การจัดลำดับความสำคัญ และการบริหารเวลา

12. มักเริ่มทำงานใหม่โดยที่ยังไม่ได้ทำงานเดิมให้สำเร็จลุล่วง

ภาวะแทรกซ้อนโรคสมาธิสั้น

ภาวะแทรกซ้อนของโรคสมาธิสั้น

ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นจะได้รับผลกระทบในด้านการใช้ชีวิต เนื่องจากผู้ป่วยมักจะมีอารมณ์และแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จึงอาจเป็นเหตุให้เกิดความล้มเหลวในด้านต่าง ๆ ได้ หากผู้ป่วยเลือกใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดเป็นตัวช่วยจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพและปัญหาด้านอื่น ๆ ตามมาได้อีก

โรคสมาธิสั้นมีเกณฑ์การวินิจฉัย ดังนี้

1. ด้านการขาดสมาธิจดจ่อตั้งใจ ต้องมีอาการ 6 ข้อขึ้นไป ในเด็กถึงวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี หรือมีอาการ 5 ข้อขึ้นไป ในผู้ที่มีอายุ 17 ปีขึ้นไป จึงจะเป็นโรคสมาธิสั้น และมีอาการคือ

– มักจะล้มเหลวในการทำงานที่ต้องใช้สมาธิ ต้องใส่ใจรายละเอียด และเกิดความผิดพลาด จากความประมาท

– มักมีปัญหาในการจดจ่อตั้งใจทำตามกำหนดการ

– มักไม่สนใจฟังแม้มีคนกำลังคุยด้วยอยู่ตรงหน้า

– มักไม่ทำอะไรตามขั้นตอน ขาดความมุ่งมั่นความสนใจ

– มักมีปัญหาในการบริหารจัดการสิ่งที่ต้องทำ

– มักจะหลีกเลี่ยงการทำตามกำหนดการ งานที่ใช้ความพยายามและความอดทนสูง

– มักจะลืมสิ่งของจำเป็นในการเรียน การทำงาน หรือการทำกิจกรรม

– ใจลอย วอกแวกง่าย ขาดสมาธิ

– มักลืมสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำในแต่ละวัน

วิธีการรักษาโรคสมาธิสั้น

2. ด้านการตื่นตัวอยู่ไม่นิ่งและหุนหันพลันแล่น ต้องมีอาการ 6 ข้อขึ้นไป ในเด็กถึงวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปี หรือมีอาการ 5 ข้อขึ้นไป ในผู้ที่มีอายุ 17 ปีขึ้นไป จึงจะเป็นโรคสมาธิสั้น และมีอาการคือ

– มักอยู่ไม่นิ่ง กระดิกมือหรือเท้าตลอดเวลา

– มักลุกออกจากที่นั่งในสถานการณ์ที่ไม่ควรลุกออกไป

– มักวิ่งไปรอบ ๆ หรือปีนป่ายซุกซนในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม (ในวัยเด็ก) หรือรู้สึกอึดอัด กระสับกระส่าย (ในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่)

– มักไม่สามารถเล่นหรือทำกิจกรรมอย่างเงียบ ๆ ได้

– มักจะตื่นตัวหรือลุกลี้ลุกลนตลอดเวลา

– มักจะพูดมาก พูดไม่หยุด

– มักจะพูดตอบสวนคำถาม โดยไม่รอให้ถามจบก่อน

– มักมีปัญหาเกี่ยวกับการรอ

– มักรบกวนหรือก้าวก่ายเรื่องของผู้อื่น ชอบขัดจังหวะระหว่างบทสนทนา

ทั้งนี้ผู้ป่วยสมาธิสั้นสามารถป่วยด้วยอาการด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว หรือทั้ง 2 ด้านร่วมกันก็ได้ โดยอาการดังกล่าวจะต้องเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป

ปัจจัยที่ทำให้เป็นโรคสมาธิสั้น

การรักษาโรคสมาธิสั้น

โดยทั่วไปการรักษาอาการสมาธิสั้นไม่สามารถทำให้อาการหายขาดได้อย่างถาวร โดยการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด คือ รักษาด้วยยา การบำบัด ร่วมกับการรับประทานอาหาร

1. การรักษาด้วยยา กลุ่มยาที่ใช้รักษาโรคสมาธิสั้นในประเทศไทย ได้แก่ กลุ่มยากระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งจะออกฤทธิ์ต่อสารสื่อประสาทภายในสมองส่วนที่ควบคุมสมาธิ ความคิดและพฤติกรรม อย่างสารโดปามีนและนอพิเนฟรีน เช่น ยาเมทิลเฟนิเดต ใช้กับเด็กอายุตั้งแต่ 6 ปีไปจนถึงวัยรุ่น และยาอะโทม็อกซีทีน ใช้กับเด็กอายุตั้งแต่ 6 ปีไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ยาจะไม่ได้ทำหน้าที่ไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง แต่จะยับยั้งการดูดกลับสารนอร์อะดรีนาลีน จึงช่วยควบคุมอาการหุนหันพลันแล่นและเพิ่มการจดจ่อสมาธิของเด็ก ส่วนยาบางกลุ่มที่ออกฤทธิ์ต่อระดับสารโดปามีนและสารนอร์อะดรีนาลีนในสมอง ได้แก่ ยาโคลนิดีน และยาต้านเศร้าเป็นยาที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่าจึงไม่ควรนำมาเป็นยาหลักในการรักษา นอกจากนี้การใช้ยารักษาเด็กสมาธิสั้นต้องเป็นไปตามคำสั่งแพทย์และต้องไปพบแพทย์เพื่อติดตามผลการรักษาอยู่เสมอ

2. การเข้ารับการบำบัด เด็กควรรับการบำบัดควบคู่ไปกับการรับยา วิธีต่าง ๆ ที่เป็นการบำบัดภายใต้การดูแลของแพทย์ ได้แก่

การให้ความรู้ทางสุขภาพจิต (Psychoeducation) เป็นวิธีการที่ให้เด็กกล้าที่จะพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเป็นโรคสมาธิสั้น เพื่อให้เด็กทำความเข้าใจและเตรียมวิธีรับมือกับอาการที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม

พฤติกรรมบำบัด (Behavior Therapy) เป็นการวางแผนจัดการกับพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ ผู้ปกครองและครูควรช่วยกัน เช่น การให้รางวัลหรือคำชมเชยเมื่อทำดี และการลงโทษเมื่อทำไม่เหมาะสม จะทำให้เด็กหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

โรคสมาธิสั้น อาการตื่นตัว อยู่ไม่นิ่ง

การเข้าโปรแกรมฝึกหัดและการให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง

การบำบัดโดยการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy: CBT) นักบำบัดจะพูดคุยให้ผู้ป่วยทำความเข้าใจโรคและอาการที่เป็นอยู่ แล้ววางแผนหาทางแก้ไขหรือรับมือกับอาการที่เกิดขึ้น วิธีการบำบัดแบบนี้สามารถทำได้ทั้งแบบรายบุคคลและแบบกลุ่ม

3. การรับประทานอาหาร ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เสริมสร้างสมดุลของสารเคมีภายในร่างกาย เพราะสารอาหารบางประเภทอาจกระตุ้นให้เกิดอาการอยู่ไม่นิ่งหรือหุนหันพลันแล่นได้ เช่น สารปรุงแต่งในอาหารน้ำตาล และคาเฟอีน ดังนั้น ผู้ป่วยควรสังเกตอาการที่เกิดขึ้นหลังรับประทานอาหาร และพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการควบคุมอาหาร

การป้องกันการเกิดโรคสมาธิสั้นทำได้โดยการลดความเสี่ยงของปัจจัยต่าง ๆ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ได้แก่ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา ไม่ใช้สารเสพติด หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีหรือการอยู่ในบริเวณที่มีมลพิษ ในด้านการป้องกันไม่ให้ผู้ที่ป่วยเป็นโรคสมาธิสั้นแสดงอาการที่ไม่พึงประสงค์ ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาและดูแลอย่างถูกวิธี เพื่อปรับพฤติกรรมและรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ได้รู้ถึง อาการ สาเหตุ และวิธีป้องกัน รักษาโรคสมาธิสั้นกันไปแล้ว ผู้ปกครองที่เห็นบุตรหลานเข้าข่าย สมาธิสั้น หรือตัวผู้ใหญ่เองหากเสี่ยงเป็นโรคนี้ ก็รีบดูแล แก้ไขตามที่แนะนำมานะคะ

, ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *