10 ประเทศที่คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า สวยยอมใจ คนไทยยังไปไม่เยอะ

โลก หลายคนใฝ่ฝันว่าอยากจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศกันสักครั้ง แต่การขอวีซ่าก็เป็นปัจจัยหลักที่มาขวางกั้นการเปิดหูเปิดตาสู่โลกกว้าง แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่มีทางออก เพราะปัจจุบันมีประเทศที่ทำข้อตกลงกับประเทศไทย ให้ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางประเทศไทยสามารถเข้าไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า หรือทำวีซ่าแบบ VOA (Visa on Arrival) จะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง 10 ประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่า คนไทยบินได้ ไปดูกันเลยค่ะ

10 ประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่า
10 ประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่า คนไทยบินได้ เที่ยวเลยไม่ต้องรอ

ประเทศเซเชลส์ ประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่า

1. ประเทศเซเชลส์ (Seychelles) (พำนักได้ 30 วัน)

ประเทศเซเชลส์ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งท้องทะเล มีลักษณะเป็นหมู่เกาะ ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ทั้งหมด 115 เกาะ ซึ่งแต่ละเกาะก็จะมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป โดยมีเกาะมาเฮ (Mahe) เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงอย่างเมืองวิกตอเรีย (Victoria)

ความโดดเด่นของเซเชลส์ก็คงหนีไม่พ้นหาดทรายขาว น้ำทะเลสีฟ้าสวยใสราวกับกระจก ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสกันได้ในทุกอณูของประเทศเซเชลส์ ยิ่งไปกว่านั้นบนเกาะแห่งนี้ยังมีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าใครได้มาเยือนก็ต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอน

 

ประเทศมองโกเลีย ประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่า
2. ประเทศมองโกเลีย (Mongolia) (พำนักได้ 30 วัน)

ประเทศมองโกเลีย เป็นประเทศที่คนไทยยังให้ความสนใจน้อยมาก อาจเป็นเพราะมองโกเลียอยู่ไกลจากประเทศไทย อีกทั้งยังมีอากาศที่หนาว ซึ่งไม่เอื้อต่อการท่องเที่ยวของคนไทยเท่าไรนัก แต่ถ้าหากคุณเป็นสายผจญภัยและรักธรรมชาติ บอกเลยว่าที่นี่จะเป็นสวรรค์อย่างแท้จริง เพราะมองโกเลียมีธรรมชาติที่หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ทะเลสาบ ทะเลทราย ฯลฯ ขาดแค่เพียงอย่างเดียวคือทะเล แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจกับมองโกเลียได้อย่างง่ายดายแล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวเด่น ๆ ของมองโกเลีย ก็จะมี อาทิ เมืองอูลานบาตอร์ (Ulaanbaatar), ทะเลทรายโกบี (Gobi Desert), ทะเลสาบฮุฟสกุล (khuvsgul lake), เมืองเก่าคาราโครัม (Karakorum), เทือกเขาอัลไต (Altai Tavan Bogd National Park) เป็นต้น

 

ประเทศวานูอาตู ประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่า
3. ประเทศวานูอาตู (Vanuatu) (พำนักได้ 30 วัน)

ประเทศวานูอาตู ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ อยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศออสเตรเลีย ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าสนใจไม่ใช่เล่นเลย เพราะนอกจากจะมีทะเลอันงดงามล้อมรอบประเทศแล้ว ยังเป็นดินแดนที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะภูเขาไฟมีชีวิต ที่มีทัวร์จัดเส้นทางพาขึ้นไปชมปากปล่องภูเขาไฟด้วย

อีกทั้งยังมีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น มีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมให้ได้เยี่ยมชม เป็นประสบการณ์ที่คุณจะได้ที่วานูอาตูเท่านั้น สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของวานูอาตู อาทิ ภูเขาไฟ Marum และ Bembow, Nanda Blue Hole, Port Vila, Tanna Island เป็นต้น

 

ประเทศเปรู ประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่า
4. ประเทศเปรู (Peru) (พำนักได้ 90 วัน)

ประเทศเปรู ดินแดนสุดอัศจรรย์ที่ต้องไปสัมผัสกันสักครั้งในชีวิต ประเทศแห่งนี้ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก มีพื้นที่ทั้งที่ราบชายฝั่งทะเล ที่ราบสูงอันขรุขระ ป่าอเมซอน รวมทั้งเทือกเขาแอนดีสในตอนกลาง เป็นแหล่งกำเนิดของอาณาจักรอินคาดั้งเดิม

ที่นี่จึงมีสิ่งมหัศจรรย์ให้เราไปค้นหาหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นเมืองเก่าแก่อย่างลิมา (Lima), เมืองโบราณหลายพันปีบนยอดเขาอย่างมาชูปิกชู (Machu Picchu), ป้อมปราการ Ollantaytambo, นาขั้นบันไดแบบอินคา (Moray), กำแพงเมืองโบราณ Sacsayhuaman, นาเกลือขั้นบันได Salinas de Maras, เมืองโอเอซิสจิ๋วกลางทะเลทราย (Huacachina), Nazca Lines เส้นปริศนากลางทะเลทราย, Uros เกาะลอยน้ำกลางทะเลสาบ เป็นต้น

 

ประเทศปานามา ประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่า
5. ประเทศปานามา (Panama) (พำนักได้ 180 วัน)

ระเทศปานามา ตั้งอยู่บริเวณทางใต้สุดของอเมริกากลาง เชื่อมต่อระหว่างอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ มีพื้นที่แคบมากที่สุดในภูมิภาคแถบนี้ อีกทั้งยังมีทะเลขนาบข้างทั้งทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกของประเทศ ที่นี่จึงเป็นจุดศูนย์รวมของหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม รวมทั้งด้านศิลปะ ปานามาก็โดดเด่นไม่แพ้ที่ไหนเช่นกัน

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของปานามา อาทิ เกาะ San Blas, อุทยานแห่งชาติทางทะเล Coiba, เมืองเก่า Bocas, Isla Taboga, คลองแคบปานามา เป็นต้น

 

ประเทศจอร์เจีย ประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่า
6. ประเทศจอร์เจีย (Republic of Georgia) (พำนักได้ 365 วัน)

ประเทศจอร์เจีย ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทะเลดำในเขตคอเคซัสตอนใต้ อดีตที่นี่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศรัสเซียทางตอนเหนือ และอยู่ในเขตทวีปยุโรปด้วย ที่นี่จึงมีการผสมผสานระหว่างความเป็นเอเชียและยุโรป บ้านเรือนก็สวยงามแปลกตา ธรรมชาติก็อุดมสมบูรณ์และน่าท่องเที่ยวมาก ๆ

สถานที่ท่องเที่ยวจอร์เจียเด่น ๆ เช่น Monument of Freedom Square, The Bridge of Peace, Akhaltsikhe, Samtskhe-Javakheti, Mount Kazbegi, Caucasus Mountains, Svetitskhoveli Cathedral, Mtskheta City เป็นต้น

 

ประเทศชิลี ประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่า
7. ประเทศชิลี (Republic of Chile) (พำนักได้ 90 วัน)

ประเทศชิลี ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ มีลักษณะที่แคบและยาว ด้านตะวันตกของประเทศจึงติดกับมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ตลอดเป็นแนวยาว และยังมีแนวเทือกเขาแอนดีสกั้นระหว่างประเทศอื่น ๆ ทางฝั่งตะวันออกของทวีปอเมริกาใต้ด้วย

ที่นี่จึงมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย และยังคงมีกลิ่นอายวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างชนเผ่าดั้งเดิมและสเปนหลงเหลือให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส สถานที่ท่องเที่ยวชิลีที่ห้ามพลาด อาทิ Santiago, Chiloe Island, Valparaiso, Puerto Montt, San Pedro de Atacama, Torres del Paine, Easter Island เป็นต้น

 

ประเทศเอกวาดอร์ ประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่า
8. ประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) (พำนักได้ 90 วัน)

ประเทศเอกวาดอร์ ก็เป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ในแถบทวีปอเมริกาใต้ ติดกับประเทศโคลอมเบียทางทิศเหนือ ติดกับประเทศเปรูทางทิศตะวันออกและทางทิศใต้ และจรดมหาสมุทรแปซิฟิกทางทิศตะวันตก มีพื้นที่ราบชายฝั่งทะเล ด้านในตอนกลางเป็นบริเวณเทือกเขาแอนดีส และราบเข้าไปในป่าทางทิศตะวันออก

เอกวาดอร์ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีทรัพยากรน้ำมันเยอะมากแห่งหนึ่งของโลก แต่ก็ใช่ว่าที่นี่จะไม่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เพราะที่นี่มีทั้งเมืองเก่า เกาะกลางทะเลอันสวยงาม และเทือกเขาสูงใหญ่ให้ได้ไปเที่ยวชมไม่รู้เบื่อ สถานที่ท่องเที่ยวเอกวาดอร์ที่น่าสนใจ อาทิ เกาะกาลาปากอส (Galapagos Islands), ภูเขาไฟ Cotopaxi, เมือง Tena, เมือง Montanita, Catedral Nueva, San Francisco Church

 

ประเทศบาห์เรน ประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่า
9. ประเทศบาห์เรน (Bahrain) (พำนักได้ 14 วัน)

ประเทศบาห์เรน เป็นประเทศเกาะที่ตั้งอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ใกล้กับประเทศซาอุดีอาระเบีย หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่าประเทศนี้น่ากลัว แต่อันที่จริงแล้วถ้าเราเปิดใจและลองไปสัมผัสกับประเทศบาห์เรน ก็จะรู้ว่าประเทศนี้มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมหรือธรรมชาติ ก็สวยงามไม่แพ้ที่ไหนในโลกเลยทีเดียว

ที่เที่ยวบาห์เรนที่แนะนำ อาทิ มัสยิดกลาง (Al Fateh Grand Mosque), Beit Shaikh Isa และย่านวัฒนธรรม Muharraq, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบาห์เรน (Bahrain National Museum), ป้อมปราการบาห์เรน (Bahrain Fort), ศูนย์วัฒนธรรมอีซา, Bab al Bahrain และตลาดมานามา (Manama Souk), พิพิธภัณฑ์น้ำมัน, สนามแข่งรถสูตรหนึ่ง (Bahrain International Circuit) เป็นต้น

 

มณฑลไห่หนาน ประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่า
10. มณฑลไห่หนาน ประเทศจีน (พำนักได้ 30 วัน)

มณฑลไห่หนาน (Hainan) หรือเกาะไหหลำ ตั้งอยู่ทางใต้สุดของประเทศจีน มีลักษณะเป็นเกาะเล็ก ๆ ได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวจีนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ด้วยมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงาม จนได้รับการขนานนามว่าเป็นฮาวายแห่งเมืองจีน พร้อมทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรมอื่น ๆ ให้ได้เที่ยวชมอีกมากมาย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างซานย่าก็เติบโตอย่างรวดเร็ว มีบริการรถไฟความเร็วสูงวิ่งไปรอบ ๆ เมือง

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของไหหลำ อาทิ ยาลอง เบย์ (Yalong Bay) เมืองซานย่า, หาดดาดอนไฮ (Dadonghai Beach) เมืองซานย่า, วัดหนานซาน (Nanshan Temple), Qi Lou Old Street เมืองไหโขว่, Binglanggu Li & Miao Cultural Heritage Park เมืองซานย่า, Shishan Crater Cluster National Geological Park เมืองไหโขว่, Xiangshui Bay เมือง Lingshui, Yahu Terrace Field เมืองวูซิฉาน ซิตี้, Phoenix Island เมืองซานย่า เป็นต้น

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ มีประเทศไหนสนใจอยากไปเที่ยวแล้วหรือยังเอ่ย ถ้ามีแล้วก็เตรียมวางแผน ลางาน และจองตั๋วเครื่องบินกันได้เลย แต่ว่าถ้ายุ่งมาก ๆ งานรัดตัวจนไม่มีเวลาเตรียมตัวจริง ๆ การเลือกเดินทางกับทัวร์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกมาก ๆ ช่วยประหยัดเวลาและอำนวยความสะดวกให้คุณได้ ถือได้ว่าทั้งหมดนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวต่างประเทศสวย ๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับคนที่อยากจะไปเที่ยวต่างประเทศ แต่ไม่อยากยุ่งยากกับเอกสารเรื่องวีซ่า ใครมีเงินในกระเป๋าพอจะไปเที่ยวไหว ก็จัดไปเลยค่ะ

, , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *